เซียวเยี่ยนไพล่มือไว้เบื้องหลัง ทอดสายตาผ่านบานหน้าต่าง เบื้องหน้าคือบ้านเรือนเรียงรายดุจกระดานหมากรุก ชายคาสลับซับซ้อนทว่าทอดยาวเป็นระเบียบ บนถนนสายหลักผู้คนเดินขวักไขว่ไหล่กระทบไหล่ เสียงสรวลเสเฮฮาดังก้อง โคมแดงสดแขวนตระหง่านท้าลมหนาว วันนี้คือวันส่งท้ายปีเก่า
ทว่าความรื่นเริงของชาวฉี หาได้เกี่ยวอันใดกับนาง ความครึกครื้นเบื้องหน้าล้วนเป็นของผู้อื่น ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ นางทำได้เพียงหยัดยืนโดดเดี่ยวอยู่สุดขอบของความเจริญรุ่งเรืองนี้
นางยืนนิ่งงันยาวนานครึ่งค่อนวัน ทอดมองสุริยันคล้อยต่ำจรดทิศประจิม เฝ้ามองม่านราตรีโรยตัวกลืนกินปฐพี เฝ้ามองแสงประทีปดวงแรกจุดประกาย และเฝ้ามองประกายไฟประทัดสว่างวาบตามซอกซอย
ชาวฉีมักพร่ำเพ้อ ‘ทุกคราถึงเทศกาลยิ่งคะนึงหาญาติมิตร’ ในสายตาเซียวเยี่ยน วลีนี้พอมีเหตุผลอยู่บ้าง ทว่ามีเพียงผู้ไร้ที่พึ่งพิงเท่านั้นจึงมีเวลาว่างมานั่งโศกเศร้าหาครอบครัว และมีเพียงผู้โดดเดี่ยวเท่านั้นที่ต้องอาศัยห้วงคะนึงเหล่านี้ประโลมจิตใจมิให้แหลกสลาย
เซียวเยี่ยนชิงชังบทกวีท่อนนี้ นางมองว่าเป็นเพียงความเสแสร้งของชาวฉีที่เผชิญความยากลำบากเพียงหยิบมือ คนพวกนี้มักสรรหาข้ออ้างร้อยแปดมาป่าวประกาศให้ใต้