“ดังนั้น แม้ว่าเหลียวชาชาจะหัวแข็งไปนิด ก้าวร้าวไปหน่อย แถมยังมีหน้าอกน้อย” ฉินเฉามองไปที่เหลียวชาชาที่ค่อยๆ หน้าซีดทีละน้อย แล้วพูดว่า “แต่ธรรมชาติของเธอไม่ใช่คนไม่ดี เธอแค่ตัดขาดจากโลกภายนอกนานไปหน่อย ทำให้จิตใจของเธอหมกมุ่น แต่นายกับเอาความโกรธไปลงที่เด็ก โทษที ฉันดูถูกแกว่ะ ไม่แมนเลย”“ฉันไม่ต้องการให้แกมาห่วง!” อาตงโมโห ร้องใส่ฉินเฉา“หยุด!” ในตอนนี้เอง ฟางโม่ตะโกนหยุดอาตง “อาตง ที่นี่คือที่ของฉัน ปู่โม่ ฉันไม่ปล่อยให้นายเดือดร้อน ถอยไป”คำพูดของฟางโม่ได้ผลอย่างมาก อาตงข่มความโกรธของเขาไว้และเหมือนกับหมาที่ซื่อสัตย์ กลับไปที่ด้านข้าง“เจ้าหนู แกเป็นใคร?” ฟางโม่คนนั้นหยิบบุหรี่ซองหนึ่งออกมาจากโต๊ะ จุดขึ้นสูบ และค่อยๆ พ่นควันออกมาตาของฉินเฉาโตขึ้น คิดว่า ‘ลุงมันเหอะ ฉันสามารถสูบบุหรี่ที่นี่ได้’สิงห์บุหรี่คนนี้กำลังปิดบังความคิดชั่วร้าย พร้อมกับมองไปที่วิธีที่เจ้าอ้วนสูบ ที่มุมปากของเขาทันใดนั้นก็มีรอยยิ้มลอยออกมา“ก็บอกไงแล้ว ว่าเป็นแค่บอดี้การ์ดตัวเล็กๆ ธรรมดา” ฉินเฉาแสยะยิ้มอีกครั้ง “แต่ บุหรี่นั่นดูดีนี่ ฉันขอแล้วกัน”“หืม!” ฟางโม่ถุยน˺าลายที่อยู่เต็มปากลงพื้น และด่า “แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงกล้ามาเอาบุหรี่ของฉัน ปู่โม่? จะบอกให้ ไม่ว่าแกจะใหญ่แค่ไหนบนโลก แต่ในเมืองเต็มสุขนี้ แกต้องฟังฉัน ปู่โม่คนนี้ ไม่อย่างนั้น ปู่โม่คนนี้จะทำให้แกไม่อยากมีชีวิตแต่ก็ตายไม่ได้! เอาล่ะ ก้มหัวลงกับพื้น