ี่ซอมซ่อของฉันแล้ว!” ฟางโม่รีบเปลี่ยนสีหน้า หน้าอ้วนๆ ของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาเดินเข้าไปและยื่นบุหรี่ให้หลี่ “มา มา สูบบุหรี่กัน”“สวะ!” หลี่ปัดมือของเขาทิ้งไปหน้าของฟางโม่เย็นชา แต่ไม่นานก็กลับไปยิ้มอีกครั้ง“ท่านยมทูตผู้สูงส่ง เราเป็นพลเมืองผู้รักษากฎ ท่านมาหาเราที่นี่ฉันไม่รู้ว่าท่านมีเป้าหมายอะไร?”“พลเมืองผู้รักษากฎ?” หลี่ยกคิ้ว “ถ้าเจ้าเป็นพลเมืองผู้รักษากฎทำไมเจ้าถึงจับเพื่อนของข้ามาตั้งสองคน?”“กลายเป็นว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนของท่านยมทูตผู้สูงส่ง! ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้ว!” ฟางโม่รีบพูด “ฉันจะปล่อยเขากลับไปให้ท่าน หวังว่าท่านยมทูตผู้สูงส่งจะไม่นำมันมาใส่ใจ”“ฮึ่ม!” เมื่อเห็นฟางโม่มีท่าทางเชื่อฟัง หน้าของหลี่ก็อ่อนลง เขาเข้าไปหาฉินเฉา และถามออกมา“เจ้า โอเคมั้ย?”“สบายดี” เพราะว่าร่างของฉินเฉาถูกจำกัดทำให้หันไปไม่ได้ เขาทำได้แค่บังคับยิ้มผ่านบุหรี่ที่คาบอยู่ในปาก “ถ้านายไม่เข้ามา ฉันคงกลายเป็นปุ๋ยไปแล้ว”“ฮึ่ม!” หลี่พยักหน้าอย่างเย็นชา และจ้องไปที่ฟางโม่ “ยังไม่ปล่อยเขาอีก!”“ครับ ครับ…” ฟางโม่ผงกหัว ทันใดนั้นก็แขวนรอยยิ้มน่าเกลียดบนปากผลัวะ! แท่งไม้วิญญาณสีขาวฟาดใส่หลังหัวของหลี่อย่างไร้ปรานีหลังจากถูกฟาด เขาเซไปหลายก้าว และแทบล้มลงกับพื้นจากนั้น ฟางโม่ทันใดนั้นก็ยื่นมือออกมา และใช้ความสามารถของเขาจับยมทูตไว้ช่องว่างที่อยู่รอบๆ หลี่ล้อมเขาไว้ ทำให้ยมทูตตนนี้ตกใจ“แกกล้าลงมือยมทูตจริง