ความบาดหมางระหว่างตระกูลสวีกับตระกูลเฉิน หยั่งรากลึกไม่ต่างจากขั้วอำนาจปรปักษ์ระหว่างตระกูลจ้าวกับตระกูลซุน
ทว่าจุดต่างคือ… ตระกูลซุนผงาดรั้งอันดับสองหรือสามในทำเนียบขุนนางบู๊อย่างภาคภูมิ แต่ตระกูลเฉินกลับรั้งท้ายขบวนในหมู่ขุนนางบุ๋น ซ้ำร้ายหลายปีมานี้ เพราะงัดข้อกับอัครเสนาบดีสวีหมิงหล่าง นอกจากจะชวดผลประโยชน์ยามฝ่ายพลเรือนเรืองอำนาจกดขี่ฝ่ายทหารแล้ว ยังถูกสกัดสารพัดทิศ บารมีตระกูลเสื่อมถอยฮวบฮวบ จนหมิ่นเหม่จะร่วงหล่นสู่ก้นเหวแห่งอำนาจ
ยามตระกูลหลิวถูกถอนรากถอนโคน เก้าอี้ขุนนางสำคัญตั้งแต่ราชสำนักส่วนกลางจรดหัวเมืองว่างลงเป็นทิวแถว ตระกูลเฉินจึงสบช่องจับมือกับขั้วขุนนางบุ๋นที่ชิงชังตระกูลสวี ผลักดันสายเลือดตระกูลตนเข้าเสียบตำแหน่ง หวังฉวยโอกาสกอบโกยชิ้นปลามัน
ทว่าหมากกระดานนี้กลับพลิกผันผิดคาด
ตระกูลเฉินและพันธมิตรคว้าน้ำเหลว ชิ้นปลามันชิ้นโตล้วนตกสู่ขุมข่ายอำนาจตระกูลสวี ยามฝ่ายหนึ่งรุ่งโรจน์ทะยานฟ้า อีกฝ่ายย่อมร่วงหล่นจมดิน นอกจากตระกูลเฉินจะกอบกู้สถานการณ์ไม่สำเร็จ กลับยิ่งถูกเหยียบย่ำให้จมมิดลงไปอีก บัดนี้พวกเขากำลังยืนโอนเอนอยู่บนปากเหวแห่งความพินาศ
ภายใต้วิกฤตนี้ การที่สวีหมิงหล่างเห