“ฉันคิดว่า ด้วยความช่วยเหลือของเขา ปัญหาของเหลียวชาชาจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป” ฉินเฉาเหมือนจะเต็มไปด้วยความมั่นใจกับบุคคลคนนั้นมาก ทำให้หยูลู่โล่งใจนิดหน่อย“คนคนนั้นเป็นใคร?” หยูลู่ขจัดความสงสัยของเธอไม่ได้ ฟังจากน˺าเสียงของฉินเฉา ชายคนนี้ดูเหมือนจะทรงพลังมาก“เดี๋ยวก็รู้” ฉินเฉายิ้มอย่างลึกลับ“เขาอยู่ในเมืองตงชวนเหรอ?” หยูลู่คิดว่าเธอไม่เคยได้ยินซินแสมีชื่อในเมืองตงชวนแห่งนี้“ไม่ เขาอาศัยในที่ห่างไกล” ฉินเฉายังเล่นปริศนาต่อ “แต่เขาอยู่ทุกที่”“คนคนนี้ดูน่ากลัวนะ…” หยูลู่อดสั่นออกมาไม่ได้ กอดแขนฉินเฉาไว้ และถามว่า “นายไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่มั้ย”“ทำไมฉันถึงต้องล้อเธอเล่นด้วย” ฉินเฉาอดบีบจมูกน่ารักๆ ของเธอเล่นไม่ได้ “ในเวลาอย่างนี้ ฉันจะไปคิดเรื่องล้อเล่นทำไม”“ฮึ นายก็มีอารมณ์เล่นตลอดนั่นแหละ” หยูลู่บุ้ยปาก และอดไม่ได้ที่จะจ้องฉินเฉาอย่างดุร้ายฉินเฉายิ้มอย่างขลาดๆ ลูบจมูกตัวเอง“ได้ ได้ มาเริ่มกันเถอะ ถ้าเรายังลากถ่วงต่อไป ฉันกลัวว่าชาชาน้อยจะคอยไม่ไหว” พร้อมกันนั้น ฉินเฉาก็ปล่อยตัวหยูลู่ ก้าวไปข้างหลังสองก้าว สร้างระยะห่างจากเธอจากนั้น ในแหวนของเขา เขาหยิบเอาหัวกะโหลกขาวๆ ของมนุษย์ออกมา“กรี๊ดดด!” เมื่อเห็นฉินเฉาเอาหัวกะโหลกออกมา หยูลู่ ถึงยังไงก็เป็นผู้หญิง อดตะโกนออกมาเสียงดังไม่ได้ และแทบจะวิ่งออกจากบ้านไปเพราะความกลัว“นะ นั่นอะไรน่ะ!” หยูลู่พูดออกมาด้วยน˺าเสียงเหมือนจะร้องไห้หันหัวหนีไม่