เศษ เมื่อมองไปที่แถวที่ยาวเหยียด เหลียวชาชาจึงบ่นในใจของเธอว่านโยบายสำหรับเด็กมาช้าจริงๆ“ทนหน่อย” ฉินเฉาพูดพร้อมรอยยิ้ม “ตอนนี้เป็นวันหยุด ดังนั้นทุกคนจึงมาเล่นที่นี่”“น่าเบื่อจริงๆ” เหลียวชาชาเก็บคำบ่นไว้ “ถ้าฉันรู้ว่าจะต้องใช้เวลาทำแบบนี้ ฉันคงส่งคนมาซื้อตั๋วให้เราแล้วล่ะ”“ชาชา” เมื่อเห็นท่าทางไม่พอใจของเหลียวชาชา หยูลู่ก็ถามอย่างรักใครว่า “งั้นเราค่อยมาเล่นวันพรุ่งนี้มั้ย ให้คนน้อยกว่านี้ก่อนค่อยมา?”“เยี่ยมเลย!” เมื่อเหลียวชาชาได้ยินสิ่งนี้ เธอรีบกระโดดขึ้นมาทันที“พรุ่งนี้โดดเรียนเลย!”“ไม่มีทาง!” คำพูดสองคำนี้ของฉินเฉาทันใดนั้นก็ลบไอเดียนี้ทิ้งไป“ลู่ลู่ เธอไม่ต้องเอาใจเธอเลย ถ้าเธออยากจะเล่น เธอก็ต้องรู้จักเข้าแถวซื้อตั๋วด้วย”“คนเลว!” ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็จับแขนฉินเฉาไว้ และเลื้อยไปตามตัวเขา “ช่วยฉันด้วย ฉันไม่อยากเข้าแถว”เมื่อฉินเฉากำลังจะพูดอยู่ ทันใดนั้นที่แถวข้างหน้าก็ปั่นป่วนขึ้นพวกเขาเห็นเหล่าเด็กชายจู่ๆ ก็แทรกแถวเข้าไปตรงหน้า ข้ามคิวซื้อตั๋วคนอื่น“เฮ้ เฮ้ เฮ้! พวกนายทำอะไรน่ะ!”“ไปเข้าแถว! ไม่รู้จักเข้าแถวหรือไง!”“เวรเอ๊ย ทำไมถึงมีคนหน้าไม่อายแบบนี้อยู่ด้วย!”ผู้คนที่อยู่ข้างหลังด่าออกมา แต่เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างหน้า ทำสีหน้าและคำรามออกมา“ทำไม พ่อเอ็งคนนี้จะลัดคิว แล้วใครจะทำไม?”เมื่อเห็นท่าทางก้าวร้าวของเด็กพวกนี้ ผู้คนข้างหลังก็กลืนคำด่าของพวกเขากลับคืน“ทำไมพวกเขาถึงทำเรื่อ