สำหรับตระกูลจ้าวและหออี้ผิ่น ขวบปีนี้นับเป็นฤดูเก็บเกี่ยวอันอุดมสมบูรณ์ สำหรับฮ่องเต้ซ่งจื้อ ย่อมถือเป็นปีแห่งการกอบโกยผลประโยชน์มหาศาลไม่แพ้กัน
สันดานมนุษย์ล้วนตะกละตะกลาม ได้คืบย่อมเอาศอก นี่คือสัญชาตญาณดิบเถื่อน ทว่าในอีกมุมหนึ่ง กลับเป็นคุณสมบัติอันยอดเยี่ยม เพราะความโลภโมโทสันผลักดันให้มนุษย์ก้าวทะยานข้ามขีดจำกัด ช่วงชิงความมั่งคั่งและอำนาจมาไว้ในกำมือ
ซ่งจื้อหมายฉวยโอกาสช่วงปลายปี กวาดต้อนผลประโยชน์เข้ากระเป๋าเพิ่มอีกสักครา ทว่าเป้าหมายหนนี้ เขายื่นมือเข้าหาสวีหมิงหล่าง… หรือกล่าวให้ถูกคือ ล้วงลึกเข้าไปในถิ่นของขุนนางบุ๋น
“ฟางปั๋วฝู หลางจงแห่งกรมพระคลัง อุทิศตนรับใช้ราชสำนัก ปฏิบัติหน้าที่ซื่อสัตย์ภักดี หลายปีมานี้ผลประเมินไร้ที่ติ สมควรเลื่อนขั้นปูนบำเหน็จ
“ผังเซิง เจ้าเมืองเยี่ยนผิง กุมอำนาจศาลาว่าการเมืองมาหลายปี กลับไร้ผลงานประจักษ์ เดนมนุษย์ตระกูลหลิวก่อกรรมทำเข็ญ สังหารราษฎรราวผักปลาใต้จมูก ซ้ำยังสมรู้ร่วมคิดกับนายอำเภอหลานเทียน มันกลับหูหนวกตาบอด นับว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่อย่างอุกอาจ”
“เจิ้นมีบัญชาลดขั้นผังเซิงเป็นเพียงซือหม่าประจำหัวเมืองชายแดน และแต่งตั้งฟางปั๋วฝูขึ้นรั้งตำแหน่งเจ้าเมืองเยี่ยน