ครจะไปพนันกับนาย!” สาวน้อยยกริมฝีปากของเธอขึ้น “ฉันไม่ทำ”“กลัวเหรอ?” ฉินเฉาใช้วิธีธรรมดากระตุ้น พร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยการยั่วยุ“ใครบอกว่าฉันกลัวห๊ะ!” สาวน้อยถูกยั่วยุเข้าซะแล้ว เธอเชิดหัวของเธอขึ้น แล้วตะโกนออกมาว่า “ถ้าเหลียวชาชาคนนี้อยากจะทำอะไร จะไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้!”“งั้น เธอกล้ารับพนันของเรามั้ยล่ะ?”“ใครพูดว่าฉันไม่กล้า! เรามาพนันกัน!”“งั้นก็ เส้นตายคือสองเดือน ภายในสองเดือนนี้ ตราบเท่าที่เธอหาใครมาจัดการฉันได้ ฉันจะฟังคำสั่งเธอ ไม่ว่าอะไรที่เธอต้องการให้ฉันทำอะไร ฉันจะทำอย่างไม่เกี่ยงงอน ต่อให้เธออยากให้ฉันเห่าเหมือนหมา ฉันก็จะเห่าให้เธอ แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น อะแฮ่ม ๆ เธอต้องฟังคำสั่งฉัน”“ดี เอาตามนั้น!” เหลียวชาชาเหลือกตาขึ้น เหมือนกับว่ากำลังมองวันที่ฉินเฉาจะเห่าเหมือนหมา“แค่คำพูดเปล่า ๆ ใครจะรู้ว่าเด็กน้อยอย่างเธอจะคืนคำเมื่อไหร่”ฉินเฉาค่อย ๆ นำเหลียวชาชาไปสู่กับดักทีละก้าว ทีละก้าว“เหลียวชาชาคนนี้ พูดแล้วไม่คืนคำ!” เมื่อสาวน้อยได้ยินบางคนมาพูดดิสเครดิตเธอ ๆ จึงรีบแย้งออกไป“ไม่ ฉันไม่เชื่อ”“งั้นมาเกี่ยวก้อยสัญญากัน!” แม้ว่าเหลียวชาชาจะดื้อไปหน่อย แต่เธอยังคงไร้เดียงสา เธอรีบยื่นนิ้วก้อยเล็ก ๆ ของเธอออกมา แล้วพูดว่า“เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากัน ใครที่ไม่รักษาคำพูด เป็นหมา!”“ดี เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากัน!” ทั้งสองเกี่ยวนิ้วก้อยเข้าด้วยกันแล้วจากนั้นเหลียวชาชาจึงเพิ่มคำพูดเข้