ดเหลวไหล!” ฮัวเหนียงดุ “พี่แค่ได้เรียนวิชาเทวะนี้ของสำนักธรรมะ แขนเสื้อหมอกม่านเมฆานี้เป็นแค่พื้นฐาน ฮัวเหนียงไม่กล้าพูดว่าเชี่ยวชาญวิชานี้หรอก เจี่ยวเจียว ผู้ฝึกตนจะต้องรู้จักถ่อมตน เราไม่สามารถทำตัวโอหัง แล้วพึงพอใจเพียงแค่นี้”“รู้แล้ว พี่!” ไป๋เจี่ยวเจียวฟังคำกล่าวหาของพี่สาวเธอ แต่จริง ๆแล้วกลับเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา มันไม่เข้าไปในหัวของเธอฉินเฉาลังเล แล้วกลืนคำที่เขาจะพูดกลับ“ฮัวเหนียง…นี่…”“นายน้อยถ้ามีอะไรจะพูด ก็พูดมาเถอะ”“ฮัวเหนียงจะเป็นไปได้มั้ย ที่เธอจะสอนวิชาเทวะนี้ให้ฉัน…”หลังจากที่พูดไปเพียงครึ่งประโยค ความกล้าของเขาก็พุ่งออกมา“เพราะฉันต้องเรียนการร่ายคาถาเพื่อที่จะปกป้องซูจีแล้วซูเฟย”“นายน้อย” ฮัวเหนียงส่ายหัวแล้วพูดว่า “มันไม่ใช่เพราะว่าฮัวเหนียงหวงวิชาหรือว่าอะไรหรอกนะ แต่ว่าทักษะนี้เรียนได้เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น”“ใช่แล้ว ใช่แล้ว!” ไป๋เจี่ยวเจียวยกคิ้ว แล้วเยาะเย้ย “นายโง่หรือเปล่า? นายเคยเห็นผู้ชายเดินไปตามถนน พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อขนาดใหญ่ไปมาหรือเปล่า? แล้วก็พลังของนายก็ยังไม่ขึ้นระดับ 4 นายจะร่ายคาถาได้ยังไง?! พูดไม่คิด”“อ่า เป็นอย่างนั้นเหรอ…” ฉินเฉากุมขมับ เขารู้สึกเศร้านิดหน่อยแม้ว่าเขาจะมีกายาปีศาจ สามารถฝึกตนได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่สามารถร่ายคาถาหรือว่ามีอาวุธเวทย์ เหมือนกับประคำของซูจี กับแขนเสื้อของฮัวเหนียง)“ฮัวเหนียงไม่รู้จักทักษะที่ผู้ชายใช้ได้เลยเหรอ?”