ไรเมื่อเห็นท่าทางโอหังของชาวญี่ปุ่น ซูเฟยขมวดคิ้ว แล้วปรึกษากับเหล่าผู้นำของโรงเรียน ในตอนนี้ ชายที่แนะนำโปรแกรมนักเรียนแลกเปลี่ยนนี้ ผู้อำนวยการวูเห่าจากสำนักงานการศึกษาของเมืองทันใดนั้นก็พูดว่า“เสี่ยวซู ฉันคิดว่าเราสามารถยอมรับกิจกรรมนี้ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์กับชาวญี่ปุ่น”เมื่อได้รับไฟเขียวจากผู้อำนวยการวู ซูเฟยก็ทำได้แค่ผงกหัวแล้วพูดว่า“บอกตู้ซิงว่าเขาสามารถแลกเปลี่ยนศิลปะป้องกันตัวกับนักเรียนญี่ปุ่น แต่อย่าใช้เวลานานนักล่ะ”“ค่ะ” อาจารย์เดินไปข้างหน้าบอกตู้ซิงประธานชมรมศิลปะป้องกันตัวรู้สึกฉุนเฉียว ในใจเขาคิดว่า ‘ไอ้ปีศาจญี่ปุ่นตาบอด! กล้ามาทำลายโชว์ของฉัน? ได้ เมื่อนายกล้ามา ฉันจะไม่ให้นายไป!’ตู้ซิงเต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ แต่เขาลืมว่าความเข้าใจในหมัดหงฉวนมีแค่ผิวเผิน สมาชิกคนอื่น ๆ ในชมรมก็เหมือนกัน ส่วนใหญ่พวกเขาจะศึกษาศิลปะป้องกันตัวเป็นงานอดิเรก ถึงแม้เขาจะเคยฝึกศิลปะการต่อสู้มา 2 รูปแบบ แต่ถ้าให้เขาสู้กับผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้คนอื่น เกรงว่าเขาจะไม่เคยมีประสบการณ์สู้จริงมาก่อน“หวังเว่ยสั่งสอนมันซะ!” ตู้ซิงบอกกับนักเรียนในชุดแดง“ครับ! ประธานไว้ใจได้เลย!”หวังเว่ยส่งสายตาให้กับสาวน้อยในชุดเหลืองชื่อว่า อ้ายเจี่ยที่อยู่ใกล้ ๆ ในฐานะเพื่อนในชมรมเขาไล่ตามจีบอ้ายเจี่ยมาเป็นเวลานานแต่คุณหนูน้อยนางนี้มีมาตรฐานสูง เธอมักจะพูดว่ากังฟูไม่ได้เรื่อง