ทั้งหมดเท่านั้น จึงจะสามารถทะลวงขีดจำกัดปัจจุบันได้
เวลาไม่รอใคร พลังปราณอุดมสมบูรณ์ หลี่ลี่จึงเริ่มทะลวงเส้นชีพจรที่มีอยู่ทันที
พลังปราณอันเย็นยะเยือกควบแน่นเป็นเข็ม ค่อย ๆ แทรกซึมไปยังเส้นชีพจรที่ยังไม่เปิดออก ถึงแม้จะเย็นยะเยือก แต่พลังปราณอันเย็นยะเยือกนี้กลับมีพลังโจมตีรุนแรงกว่าพลังปราณในศิลาเทวาลัยมาก เส้นชีพจรแทบจะเปิดออกทันทีที่สัมผัสกับเข็มปราณที่ควบแน่นจากพลังปราณอันเย็นยะเยือก
พลังปราณอันมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในทันที ขยายเส้นชีพจร เสริมความแข็งแกร่งให้กับเส้นชีพจร เส้นชีพจรเส้นแล้วเส้นเล่าก็เปิดออก
ทุกครั้งที่เส้นชีพจรที่ศีรษะเปิดออก หลี่ลี่จะรู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่อพิเศษกับอวัยวะหรือแขนขาบางส่วนของร่างกาย หรือแม้กระทั่งรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าอวัยวะและแขนขาเหล่านี้กำลังหายใจ ในตอนนี้ หากลงมือ หลี่ลี่จะสามารถทำให้ร่างกายประสานงานกันได้ดียิ่งขึ้น ใชัพลังปราณน้อยที่สุดเพื่อโจมตีที่รุนแรงที่สุด
พลังปราณที่เปลี่ยนแปลงมาจากสมุนมารนับพันตนนั้นมหาศาลเพียงใด แต่การทะลวงไปสู่ การแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับเจ็ด ก็ต้องการพลังปราณมหาศาลอย่างน่าตกใจ หลี่ลี่ดูดซับพลังปราณอันเย็นยะเยือกทั้งหมดในศิลาสุขาวดีจนกระทั่งมันไม่เหลืออีก จึงสามารถเปิดเส้นชีพจรเส้นสุดท้ายได้
ในชั่วพริบตา หลี่ลี่ราวกับเข้าสู่ขอบเขตพิเศษ เขารู้สึกว่า ก่อนที่จะทะลวงการเสริมแกร่งวิญญาณ เขาเป็นเพียงผู้ควบคุมร่างกายของเขาด้ว