ก็หัวเราะไม่ออก เพราะว่าบอลโค้งฝ่าอากาศลงกลางห่วงอย่างแม่นยำ ราวกับมีเรด้าจับทิศทางยังไงอย่างนั้นทุกสายตาที่มองอยู่แทบจะทะลักออกจากเบ้าด้วยความไม่อยากเชื่อ“โชคดีจริง ลงด้วยแฮะ” ฉินเฉาตบมือ แม้ว่าความสามารถทางบาสจะมีไม่มาก แต่เมื่อเขาเป็นผู้ฝึกตนประสาทสัมผัสก็พุ่งเข้าถึงขีดจำกัดไม่ว่าจะเป็นการมอง ฟัง หรือว่าสัมผัส สำหรับการละเล่นอย่างพวกบาสมันก็เหมือนกับเค้กสำหรับเขา“ไม่เลว!” หวู่ปินรับบอลจากนักเรียนคนอื่นแล้วยืนที่กลางสนามแสยะยิ้ม “แต่มันจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สอง…”ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค เหมือนกับสายลมแรงหอบผ่าน ฉินเฉานวดไหล่ตัวเองแล้ววิ่ง บอลในมือเขาถูกฉินเฉาคว้าเอาไปแล้ว เขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ฉินเฉาเคลื่อนตัวผ่านหวู่ปิน มาหยุดยืนอยู่กลางสนาม แล้วโยนบอลไปที่ห่วงอีกครั้ง แม้ท่าชู๊ตจะไม่ใช่ท่ามาตรฐาน แต่บอลที่เขายิงออกไปเหมือนมีตายังไงอย่างนั้น แล้วก็เป็นอีกครั้งมันตกลงกลางห่วงอย่างนิ่มนวล ไม่แม้กระทั่งจะสัมผัสห่วงทุกคนพากันตกใจ เมื่อเขาทำสามแต้มได้ในครั้งแรก พวกเขาพากันคิดว่าแค่โชคดี แต่เมื่อเกิดขึ้นครั้งที่สอง แม้ว่าเขาจะโชคดี แต่โชคมันจะดีอะไรขนาดนั้นได้ยังไง“แม้นายจะชู๊ตแม่นแล้วยังไง! ฉันจะไม่ปล่อยให้นายได้ยิงอีกต่อไป!” หวู่ปินอารมณ์เสีย เขารับบอลมาแล้วเดาะกับพื้นสองครั้ง เขาแสร้งจะไปทางหนึ่ง แต่กลับทำครอสโอเวอร์ นักบาสหน้าใหม่อย่างฉินเฉาติดกับ แล้วร่างเซไปอีกทางเพื่