ฉินเฉาก็เสนอหน้าเหน็บแนมเขา“ไอ้เวร! ฉัน ฉันแค่จะกลับบ้าน!” หวังเหวินคุนเหมือนจะสับสนบางอย่างแต่ยังคงอุทานออกมา“อู๊วว กลับบ้านผมรู้” ฉินเฉายิ้มอย่างคลุมเครือ เขาทำจมูกฟุดฟิดจากนั้นพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้กำกับหวางช่างเลิศเลอเหลือเกิน แค่จะกลับบ้านยังฉีดน˺าหอมกู่หลง”“เหลวไหล นายพูดบ้าอะไร!” หวังเหวินคุนที่กำลังถือกระเป๋าเงินใบเล็ก เปิดประตูรถ เชอร์รี่ QQ แล้วรีบหนีไป“อึ๋ยย โชคดีจริง ๆ ที่มีคุณ พี่ฉิน” จางลี่เสียใจ ขณะที่กำลังสูบแม่น˺าแดงอยู่ “ก่อนที่คุณจะมา หวังเหวินคุนนั่นเป็นตัวไร้ยางอาย พวกพี่น้องต่างถูกเขาข่มขู่ หลังจากพี่ฉินมา หลายสิ่งเริ่มดีขึ้น โชคไม่ดี พี่ฉินไม่ได้เป็นผู้กำกับ ไม่อย่างนั้นพวกเราพวกพี่น้องจะร้องเพลง ‘บทเพลงแห่งการปลดเปลื้อง’ จริง ๆ ”“หึหึ เอาน่า” ฉินเฉาตบไหล่เขาแล้วพูดว่า “ฉันจะปกป้องพวกนายเองในอนาคต ตราบเท่าที่ฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะไม่ปล่อยให้เจ้านั่นอาละวาดอีก”“เอิ่ม พวกเราหวาดกลัวเขามานานมาก ต้องขอบคุณสิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่นี่”“ไม่มีอะไรต้องกลัว นายต้องเชื่อคำพวกนี้ ‘อ่อนกลัวแข็ง แข็งกลัวกล้า กล้ากลัวหน้าด้าน หน้าด้านกลัวคนขายประกัน’ ” จางลี่ยอมรับทฤษฎีของฉินเฉา เขาพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า“อืม พี่ฉิน หลังจากนี้ ผมอยากจะไปดื่มกับพี่!”“ไปดื่มอะไรกัน ฉันไม่ใช่บอสสามนะ” ฉินเฉาตั้งจักรยานขึ้นตอนนี้ ซูจีที่ใส่ชุดสูทสีแดงวิ่งออกมา ในที่สุดเธอก็เลิกงานจางลี่ตกใจเพราะว่