ายามควบคุมภาษาที่สี่อย่างมาก เขากระแอมไอแล้วพูดว่า “ผงผีที่ไหนกัน เมื่อวานมีผู้ชายมาตามก่อกวนคุณน่ะ แต่ผมจัดการสั่งสอนมันไปแล้ว คุณนั่นแหละขี้ขลาดอย่ามาโบ้ยคนอื่น“ใครขี้ขลาดกันยะ!?” เธอพูดแบบนี้ฉินเฉาก็เงียบ เธอเถียงต่อ“ฉันไม่ได้ขี้ขลาดสักหน่อย กล้ามากกว่าผู้ชายส่วนใหญ่ด้วยซ˺า เล่าเรื่องเมื่อวานมาเลยฉันจำได้ว่า นายพาฉันขี่จักรยานบินได้ใช่ไหม?”“ชิ! ยังจะมากล้าพูดว่าตัวเองไม่ขี้ขลาดอีก!” ทันใดนั้นฉินเฉาก็พูดออกมา “คุณกลัวจะสลบไปเลยละ! ใครจะบ้าปั่นจักรยานบินได้ คุณฝันได้หรือไง?”“นะ นาย” ซูจีบุ้ยปากแล้วพยักหน้า แล้วเธอก็นึกว่าอยากขึ้นมาได้เธอเลยเตะใส่ขาฉินเฉาไปครั้งหนึ่ง พูดขึ้นด้วยน˺าเสียงโมโหว่า “นายนั่นแหละที่กลัว! ฉันกล้ามากกว่านายอีกยะ”………“ฉันหิวแล้ว ที่นี่มีอะไรให้กินบ้าง?” หลังจากพยายามเถียงฉอด ๆทันใดนั้นซูจีก็ห่อเหี่ยวเหมือนมะเขือเผา ทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างคนหมดเรี่ยวหมดแรง “คุณนายคนนี้หิวแล้ว ฉันยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อคืน หาอะไรให้ฉันกินหน่อยสิ”“เมื่อคืนคุณกินไข่ข้นกับมะเขือเทศไปแล้วนี่” ฉินเฉาเหงื่อตกพูดกับซูจี“อย่ามาตลกน่า ฉันไม่รู้วิธีทำอาหารด้วยซ˺า!” ซูจีกลอกตาของเธอพร้อมกับนิ้วเท้าอันคล่องแคล่วหนีบรีโมตเปิดทีวี“รีบไปเอาอาหารมาได้แล้ว คุณนายคนนี้หิวมาก ถ้าความหิวนี้ทำให้หน้าอกฉันเล็กลงล่ะก็ นายต้องรับผิดชอบ”“โอเค๊ ๆ งั้นปล่อยให้คุณหิวคนคลั่งไม่ได้ดีกว่า” ฉินเฉาส่งยิ้มที่