หูหลี่ลี่พบว่าวันนี้ฟางเหวินมีท่าทางแปลกไปเล็กน้อย เมื่อเช้าเธอก็ยังปกติดี แต่พอกลับเข้าห้องเรียนท่าทางของเธอก็ดูแปลกไปเล็กน้อยเธอไม่สนใจหูหลี่ลี่โดยสิ้นเชิง ไม่คุยกับเธอ เอาแต่จ้องมองกระเป๋าของตัวเอง“นี่! เจ้าพวกสมองทึบกำลังจะไปไหนกัน?” นักศึกษาทยอยเข้ามาในห้องทีละคน ๆ ส่วนมากยังไม่สร่างจากอาการเมาค้าง แต่ศาสตราจารย์แก่ ๆ ยังคงยืนอย่างใจเย็นหน้าชั้นเรียนไม่สะทกสะท้านที่คนเขาพูด ๆ กันคงจะเป็นจริง ยิ่งอายุมากยิ่งมีความอดทนมากโดยเฉพาะศาสตราจารย์แก่ ๆ คนนี้ เมื่อเห็นฟางเหวินยังอยู่ในอาการมัน ๆ งง ๆ หูหลี่ลี่ตบบ่าเธอ“กระเป๋าใบนี้มันยี่ห้ออะไร?” ฟางเหวินจับกระเป๋า ขยับสายตาขุ่นมัวแล้วจ้องมาที่หูหลี่ลี่“อี้จื่อบี่ยี่ห้อธรรมดา ๆ เธอซื้อมันมาแค่ 200 เธอลืมไปแล้วเหรอ”หูหลี่ลี่กลอกตายื่นมือออกไปแตะหน้าผากฟางเหวิน เช็ตดูอุณหภูมิในร่างกายเธอว่าปกติอยู่ไหมเพราะปัจจุบันเธอทำท่าทางราวกับเป็นไข้“งั้นราคากระเป๋านี่คงต่อรองได้” ฟางเหวินเหมือนกับจะรู้สึกตัวส่ายหัวของเธอ ทันใดนั้นเธอก็เอากรรไกรเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋ามือหนึ่งถือกระเป๋าอีกมือถือกรรไกร จากนั้นก็เริ่มตัดกระเป๋าถือของเธอ“เธอกำลังทำอะไร!” หูหลี่ลี่ตกใจ เธอจับข้อมือข้างหนึ่งของฟางเหวิน “เหวินเหวินเธอบ้าไปแล้วเหรอ!”“อย่ามาแตะต้องฉันนะ!” ฟางเหวินหัวเราะ แกว่งกรรไกรไปมาแล้วผลักหูหลี่ลี่กระเด็น ดูเหมือนพลังกายของเธอจะเพิ่มขึ้นมาก “คนชั้นต˹าอย่างเ