ราวกับนางเซียน เท้าของนางเหยียบยืนอยู่บนกระบี่ บินฉวัดเฉวียนไปมาบนท้องเวหา“แปลกจริง ต้องไม่ผิดแน่ ๆ เมื่อสักครู่ข้ายังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเทพปีศาจหลัวเต๋อบริเวณนี้นี่หน่า…” หญิงสาวขมวดคิ้วอันเรียวงามด้วยความฉงนสงสัย แล้วก็พูดว่า “ถ้าปล่อยให้หลัวเต๋อเทพปีศาจเฒ่านั่นคืนชีพสำเร็จ มันจะต้องสร้างหายนะครั้งใหญ่ขึ้นแน่… ไม่ได้การเราจะต้องรีบกลับไปรายงานให้ทางสำนักรู้โดยเร็ว”หลังจากพูดจบ หญิงสาวผู้นี้ก็ปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมาพร้อมกับพวยพุ่งทะยานราวกับดาวตกหายไปในม่านราตรีกาลเมื่อหญิงสาวจากไปฉินเฉาก็เริ่มรู้สึกตัว จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น“อ๊ ูยยย∼ เจ็บเป็นบ้า” สติของฉินเฉากลับมาอีกครั้ง เขารีบใช้มือลูบคลำบริเวณศีรษะ ที่เคยโดนแจกันอัดกระแทกจนหัวแตกอีกครั้ง แต่ผลปรากฏว่าครั้งนี้กลับไม่พบร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด“แปลกแหะ! หรือว่าหัวเราแข็งเหมือนเหล็ก?” ฉินเฉาพึมพำกับตัวเอง ระหว่างมองเศษซากแจกันที่แตกเกลื่อนอยู่บนพื้น แต่แล้วอยู่ ๆจ๊อก ∼ ∼ ท้องของเขาก็ร้องเสียงดังด้วยความหิว “เอาเหอะวะหยวน ๆไปก่อนละกัน ตอนนี้เราคงต้องหาอะไรมากระแทกปาก เติมกระเพาะให้เต็มซะหน่อยก่อนดีกว่า”ฉินเฉา ซึ่งอยู่ในสภาพเนื้อตัวสกปรกมอมแมม กำลังเดินกลับห้องพักที่เล็กเท่ารูหนูของเขาทีละก้าวแม้เรียนจบแล้ว ฉินเฉา ก็ยังคงอยู่ที่เมืองซู่หนานต่อ ซึ่งก็ล่วงเลยมาประมาณ 4 ถึง 5 เดือนแล้ว แต่ด้วยเพราะไม่อยากให้ครอบครัวต้องเป็นห่วง