ึงอยู่ในชุดลำลอง บารมีและอายุราชการของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่กว้างขวางพอให้ลิ่วล้อระดับล่างในที่ว่าการจดจำใบหน้าได้
สิ่งที่สะกิดใจพวกยามคือกลุ่มคนที่ตามหลังมา เบื้องหลังจ้าวหนิงและเว่ยอู๋เซี่ยน ขนาบด้วยยอดฝีมือตระกูลจ้าวและตระกูลเว่ยที่กำลังคุมตัวผู้คนหลากหลาย มีตั้งแต่บ่าวไพร่ยันคุณชายตระกูลใหญ่ กลางขบวนยังมีผู้ลากรถเข็นไม้กระดานคลุมเสื่อฟางขมุกขอมอ เคียงข้างด้วยสตรีรูปโฉมงดงามทว่าใบหน้าซีดเซียวอิดโรย
ถัดมาคือฝูงชนราษฎรที่เดินตามมาเป็นพรวน สีหน้ากระหายใคร่รู้ราวกับรอดูอุปรากรฉากเด็ด บัดนี้คนเหล่านั้นแห่แหนมาอออยู่หน้าประตูใหญ่ที่ว่าการจนกีดขวางถนนไปกว่าครึ่ง ดึงดูดผู้สัญจรให้เหลียวมองด้วยแววตาตื่นเต้นรอชมเรื่องสนุก
หัวหน้ายามเฝ้าประตูชักสีหน้าทะมึน หน้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิง จะปล่อยให้สวะคอกไหนมาสุมหัวได้อย่างไร ต่อให้จ้าวหนิงและพรรคพวกแต่งกายเยี่ยงคุณชายตระกูลมั่งคั่ง แต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ให้พวกลูกผู้ดีมาวางก้ามกร่าง
หัวหน้ายามก้าวฉับๆ ออกมา มือหนึ่งกุมด้ามดาบ อีกมือชี้กราด แผดเสียงตวาดกร้าวตามสัญชาตญาณความเคยชิน
“หยุดอยู่ตรงนั้น ใครอนุญาตให้พวกเจ้าเข้ามา สุมหัวเอะอะโ