้ตรวจการถวายฎีกาเล่นงาน กล่าวหาว่าเขากับกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองสมรู้ร่วมคิดกับชาวยุทธภพ แน่นอนว่าต่อให้คนของหออี้ผิ่นและสำนักกระบี่ซานชิงอำพรางใบหน้า ผู้ที่จ้องจับผิดย่อมสืบสาวร่องรอยได้ ทว่าสัจธรรมที่ว่า ‘ให้เขารู้ระแคะระคาย ดีกว่าให้จับได้คาหนังคาเขา’ จ้าวหนิงย่อมกระจ่างแจ้งแก่ใจดี
“ท่านจงฉีจ้าว”
หัวหน้าหมวดเวรยามหน้าประตูรีบก้าวเข้ามาประสานมือคารวะแต่ไกลด้วยท่าทีนอบน้อมสุดขีด นายทหารผู้นี้มิใช่คนใต้บังคับบัญชาของจ้าวหนิง อู๋เซ่าเชิน หรือจางเหวินเจิง ทว่าขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการสือชง ถึงกระนั้น ยามเผชิญหน้ากับจ้าวหนิงในวินาทีนี้ เขากลับประจบประแจงยิ่งกว่ายามพบเห็นนายกองคนอื่นเสียอีก
ปฏิบัติการกวาดล้างคืนนี้มิใช่ความลับในกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองอีกต่อไป จ้าวหนิงเบิกทหารร้อยห้าสิบนายมาเตรียมพร้อมตั้งแต่ต้น จากนั้นยังสั่งระดมไพร่พลในสังกัดอีกร้อยห้าสิบนายออกไปจนเกลี้ยงค่าย ความเคลื่อนไหวใหญ่โตสะเทือนฟ้าสะเทือนดินปานนี้ ย่อมไม่อาจปิดบังผู้ใด
ก่อนหน้านี้ ทุกคนในกองบัญชาการล่วงรู้เพียงว่าจ้าวหนิงสืบพบตัวฆาตกรคดีหอเฟยเสวี่ย และมีพรรคพวกยุทธภพในเยี่ยนผิงหนุนหลัง ทว่ามิมีใครล่วงรู้ตื้นลึกหนาบาง ทำได้เพี