สิ้นคำสั่งจ้าวหนิง ผู้บำเพ็ญเพียรนับสิบชีวิตที่รวมตัวกันบริเวณหออี้ผิ่นต่างขยับเขยื้อนพร้อมเพรียง พวกเขาเร้นกายพุ่งทะยานแยกย้ายไปคนละทิศทาง รวดเร็วดุดันปานพยัคฆ์ ปราดเปรียวไร้ร่องรอยดุจวิฬาร์
ในกลุ่มคนเหล่านี้รวมถึงยอดฝีมือจากหออี้ผิ่นและสำนักกระบี่ซานชิง พวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งของจ้าวหนิงอย่างเด็ดขาดหมดจด ประหนึ่งกองกำลังตระกูลจ้าวและตระกูลเว่ย ไร้ซึ่งความลังเลและไม่มีผู้ใดหันไปขอการยืนยันจากฮู่หงเหลียนซ้ำสอง เพราะก่อนหน้านี้นางได้มอบสิทธิ์ขาดในการบัญชาการทั้งหมดให้แก่ทายาทตระกูลจ้าวผู้นี้แล้ว
เมื่อเหล่านักฆ่าเร้นกายเข้าสู่ความมืด จ้าวหนิงและพรรคพวกก็ไร้เหตุผลต้องรั้งอยู่บนหออี้ผิ่นอีกต่อไป พวกเขาพลิกตัวทะยานลงจากหลังคา ขึ้นควบม้าศึกโดยมีทหารลาดตระเวนเมืองหมวดหนึ่งคุ้มกัน ห้อตะบึงออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าสู่จุดหมายดุจพายุคลั่ง
ถนนยามวิกาลร้างผู้คน ทัพม้านับสิบควบทะยาน กีบเท้าเหล็กบดขยี้แผ่นหินดังกึกก้อง ทหารลาดตระเวนสองนายควบม้านำหน้าร้องตวาดเบิกทาง จึงไร้ข้อกังวลว่าจะเหยียบย่ำผู้บริสุทธิ์
เมืองเยี่ยนผิงเจริญรุ่งเรือง ประชากรหนาแน่น กฎหมายเหล็กระบุชัดห้ามผู้ใดควบม้าตะบึงบนถนนสายหลัก ผู้ฝ่าฝืนมีโทษ