ลึกเข้าไปในตรอกจีหมิงทางฝั่งตะวันออกแห่งเยี่ยนผิง คฤหาสน์โอ่อ่าขนาดห้าลานเรือนตั้งตระหง่าน แม้มิได้ซุกซ่อนอยู่ในย่านเริงรมย์อย่างตรอกผิงคัง ทว่าก็ครองตำแหน่งศูนย์กลางของพื้นที่ ร้านรวงรายล้อม ยามปกติผู้คนพลุกพล่านคึกคักดุจสายน้ำ
ทว่ายามนี้ สรรพเสียงกลับเงียบสงัดราวป่าช้า ถนนหนทางไร้เงาผู้คน ร้านรวงทุกแห่งปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ลมราตรีกรีดร้องหวีดหวิว พัดพาเพียงเศษใบไม้แห้งปลิวว่อนไปตามตรอกสายยาว
ห่างออกไปไม่ไกล ทหารเกราะเหล็กจากกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองเคลื่อนพลเข้าตรึงกำลัง ปิดตายเส้นทางเข้าออกทุกสายอย่างเบ็ดเสร็จ
คฤหาสน์หลังงามศูนย์กลางวงล้อมแห่งนี้ แท้จริงคือรังบัญชาการใหญ่แห่งสมาคมชุดขาว
ศึกยังไม่ทันเปิดฉาก ทว่าผู้บำเพ็ญเพียรสมาคมชุดขาวเบื้องในสัมผัสได้ถึงจิตสังหารรุนแรง พวกมันกรูกันออกจากเรือนพัก ตั้งขบวนรบตามลานกว้างและแนวกำแพงอย่างรัดกุม ทว่าไร้ผู้ใดกล้าพุ่งทะลวงฝ่าออกไป ทุกคนล้วนประจักษ์แก่ใจว่าคฤหาสน์ถูกตีโอบล้อมจนไร้ทางรอด
ในเวลาเดียวกัน การเจรจาอันวิปลาสกลับเปิดฉากขึ้นบนหลังคาหอสุราเบื้องหน้าคฤหาสน์
“คาดไม่ถึงเลยจริงๆ นายใหญ่แห่งหออี้ผิ่นผู้หยิ่งผยอง อ้างตนเป็นผู้ผดุงคุณธรรมตั้