งตนเป็นปรปักษ์กับขุนนางกังฉินมาตลอด ท้ายที่สุดกลับยอมลดตัวเป็นสุนัขรับใช้ตระกูลใหญ่ นับแต่นี้เยี่ยนผิงคงไร้สิ้นวีรบุรุษ ช่างน่าสมเพชนัก”
ผู้เอ่ยปากคือบุรุษร่างผอมสูง แขนขายาวเก้งก้าง เรือนร่างถูกกลืนกินโดยเสื้อคลุมดำสนิท น้ำเสียงยามเอ่ยทั้งแหลมเล็กปนแหบพร่าดุจนกแสกกรีดร้อง ผนวกกับใบหน้าขาวซีดปานซากศพ ยิ่งขับเน้นให้รูปลักษณ์ดูวิปริตชวนสะอิดสะเอียน
“ข้าเป็นเพียงชาวนาบ้านนอกผู้หนึ่ง ทุกก้าวที่เดินล้วนเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอด ไม่เคยยกหางอุปโลกน์ตนเป็นวีรบุรุษ งานที่พวกเราทำล้วนระยำต่ำช้า บั่นคอลูกหลาน สังหารบุพการีผู้อื่น จะเอาคุณสมบัติใดมาอวดอ้างคุณธรรม”
ผู้ตอบกลับจะเป็นใครไปมิได้นอกจากนายใหญ่หออี้ผิ่น หากเทียบกับรูปลักษณ์พิลึกพิลั่นของหัวหน้าสำนักกระบี่ซานชิงแล้ว ชายผู้นี้กลับดูธรรมดาสามัญ รูปร่างสันทัด เครื่องหน้าเรียบเฉย อาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนเป็นผ้าเนื้อหยาบ
สมดั่งคำกล่าวอ้าง หากกลืนหายเข้าไปในฝูงชน เขาก็คือชาวนาผู้หนึ่งโดยแท้
หัวหน้าสำนักกระบี่ซานชิงปรบมือพลางหัวเราะเสียงแหลมแสบแก้วหู “บั่นคอลูกหลาน สังหารพ่อแม่… ประเสริฐ ประเสริฐแท้ เป็นสัจธรรมที่ลึกซึ้งยิ่งนัก ใครบ้างมิได้คลอดจากอุทร ผู้ให