อวิ๋นตั่วลองทดสอบกลิ่นตัวเอง และมันก็แย่มากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นการที่เข้ามาได้ก็ยังมีควรค่าแก่การดีใจอยู่ดี เธอเข้าไปล้างในห้องนํ้าก่อน กลิ่นยังไม่ได้หายไป แต่ก็เบาลงกว่าเดิม เธอยืนสำรวจอยู่หน้ากระจก เห็นว่าผมเผ้ายุ่งเหยิง อย่างนั้นก็เลยเก็บหางม้าม้วนขึ้นไปเป็นดังโงะกู่เลี่ยงรออยู่หน้าห้องนํ้า ไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไร เมื่อเห็นอวิ๋นตั่วเดินออกมาก็เอ่ยถาม “เราจะทำยังไงกันต่อ?”“ทำยังไงอะไร ก็ต้องเข้าไปในงานสิ! เหล่าดาราสาวน่ะดูสนิทสนมกลมเกลียวกันดี แต่ลึกๆ ในใจมีอะไรแฝงอยู่ ต้องมีการแสดงให้ดูแน่ รูปรูปหนึ่งตำแหน่งยืนตำแหน่งหนึ่ง คงมีอะไรให้ทำเยอะแน่”“เรื่องที่เธอพูดมาน่ะฉันรู้ แต่ที่ถามคือเราจะเข้าไปทั้งแบบนี้น่ะเหรอ เขาจะให้เราเข้าไปเหรอ?”อวิ๋นตั่วคิดตามแล้วก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายพูดมีเหตุผล “งั้นเราก็ต้องหาทางปะปนเข้าไป”“ปะปนเข้าไปยังไง?”วิธีที่อวิ๋นตั่วคิดคือแต่งตัวเป็นบริกร ในเมื่อเป็นงานเลี้ยง แบบนั้นก็ต้องมีบริกรอยู่ไม่น้อยอย่างแน่นอน ทั้งสองเดินไปรอบๆ กว่าจะเห็นคนสองคนเดินออกมาจากประตู แถมยังเป็นผู้หญิงทั้งคู่อีกด้วย เธอดึงทั้งสองไว้ ชักแม่นํ้าทั้งห้ามาพูดว่านล้อมบวกกับติดสินบนอีกนิดหน่อย และได้ชุดจากทั้งสองคนนั้นมาในที่สุด“ชุดผู้หญิง ฉันจะใส่ได้ยังไง” กู่เลี่ยงลำบากใจ“กลั้นใจใส่ๆ ไปเถอะน่า”“ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ใส่ได้หรือไม่ได้ แต่มันอยู่ที่สรีระร่างกาย ฉันเป็นผู้ชายสูงร้อยเจ็บสิ