เมื่อผู้เป็นแม่พูดมาแบบนี้ อวิ๋นตั่วก็อดสำรวจเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมไม่ได้เสื้อลายสก๊อต กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ทั้งหมดนี่ก็เพื่อความสะดวกในการทำกิจกรรม“มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อยนี่คะ?” เธอพูดเสียงตํ่า แอบรู้สึกอายนิดๆ ที่ตัวเองในวันนี้ไม่ได้สนใจเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัว“เธอใส่อะไรก็ดูดีหมดนั่นล่ะ” อวี่เจ๋อพูดเอาใจอวิ๋นตั่วมองเขาตาขวาง บอกชัดเจนให้รู้ว่าพูดจาเอาใจแบบนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก!“อยากกินอะไร? หม้อไฟดีไหม เมื่อก่อนเธอชอบกินหม้อไฟนี่” อวี่เจ๋อถามหลังจากที่พวกเขาขึ้นรถแล้ว“เลิกชอบไปตั้งนานแล้วค่ะ”“งั้นเราไปกินอาหารญี่ปุ่นดีไหม?”“แพงไป กินไม่ลงหรอกค่ะ”“ทำไมอารมณ์เสียอีกแล้วล่ะ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลยนี่?”ร้านอาหารที่อวิ๋นตั่วเลือกนั้นติดดินสุดๆ พออวี่เจ๋อเข้าไปแล้วก็รู้สึกได้ถึงความเป็นกันเองร้านอาหารพื้นบ้านซาเซี่ยน เจ้าแห่งวงการอาหารพื้นบ้าน“บะหมี่น่องไก่ชามหนึ่งค่ะ” อวิ๋นตั่วสั่งอาหาร“ของผมด้วยครับ” อวี่เจ๋อตามไปติดๆ “ตอนมหา’ลัย พี่กับชีซิง เฉินอวี้มากินข้าวที่ร้านซาเซี่ยนบ่อยๆ ทุกครั้งที่ได้ทุนการศึกษาก็จะถูกพวกเขาลากมาที่นี่ แล้วก็ชอบสั่งขาเป็ดเพิ่มมาอีกสอง”อวิ๋นตั่วดูเหมือนจะไม่ได้ยินสิ่งที่อวี่เจ๋อพูด พอบะหมี่ร้อนๆ ถูกยกมาเสิร์ฟเธอก็เริ่มลงมือกินคำโต ก่อนจะเป่าลมออกมา เพราะความร้อนทำให้ที่ผิวนํ้าซุปมีนํ้ามันลอยอยู่เต็มและมีผักชีโรยอยู่สองสามใบเมื่อกินบะหมี่เสร็จ ร่าง