กำแพงวังหลวงตั้งตระหง่านลึกล้ำสุดหยั่งคาด ยามที่จ้าวหนิงมุ่งหน้าไปยังหออี้ผิ่น มีเงาร่างสายหนึ่งก้าวผ่านประตูวังหลวง ชูป้ายอาญาสิทธิ์บุกฝ่าเข้าไปอย่างอุกอาจ ทวารทุกบานเบิกกว้าง ผู้คนหลีกเร้น จนกระทั่งบรรลุถึงหน้าตำหนักเร้นลับท้ายวังแห่งหนึ่ง
ท่ามกลางหมู่ตำหนักเรืองรองด้วยแสงโคม ตำหนักแห่งนี้กลับริบหรี่สลัวรางราวกับกลืนหายไปในความมืดมิด ผู้มาเยือนก้าวพ้นธรณีประตู กระซิบถ้อยคำกับขันทีรับใช้เพียงครู่เดียว ก่อนจะได้รับการนำทางตรงดิ่งไปยังหน้าโถงใหญ่
“ท่านบรรพชนอยู่พอดี รอด้านนอก ข้าจะเข้าไปรายงาน” ขันทีรับใช้เอ่ยเสียงเรียบ ทิ้งผู้มาเยือนไว้กลางลานเรือนแล้วค้อมกายเร้นเข้าไปด้านใน เพียงชั่วอึดใจก็ปรากฏตัวอีกครั้ง พร้อมส่งสัญญาณให้ผู้มาเยือนก้าวเข้าไป
บนตั่งไม้ภายในห้อง ขันทีชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งนั่งเอนกายสูบกล้องยาสูบเก่าคร่ำที่ผ่านการใช้งานจนขึ้นเงา ม่านควันขมุกขมัวลอยอวลบดบังใบหน้าจนเห็นเพียงเลือนราง
ทว่าเพียงก้าวพ้นธรณีประตู สายตาคมกริบดุจใบมีดสองสายพลันตวัดทะลวงม่านควันมากระทบร่าง ผู้มาเยือนเสียวสันหลังวาบคล้ายถูกคมหนามจ่อคอหอย
เขารีบคุกเข่าโขกศีรษะ ก่อนจะรายงานต้นสายปลายเหตุและเหตุการณ์ทุกกระเบีย