้ายแล้วก็ทำได้เพียงดูอยู่เฉยๆอวิ๋นตั่วเปิดหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ไอร้อนหอบหนึ่งก็โหมซัดออกมา เธอยื่นมือไปหยิบไข่ที่ตุ๋นอยู่ในหม้อหุงข้าว ทว่ากลับนึกไม่ถึงว่าจะต้องร้องออกมาเพราะความร้อนของมัน เธอมองนิ้วตัวเองพลางเป่าไม่หยุด“พี่จะสอนวิธีการให้เธออย่างหนึ่ง ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้บีบหูไว้ อีกสักพักก็จะดีเอง แบบนี้” เขาชูสองมือขึ้นแล้วบีบบหูตัวเอง สาธิตให้อวิ๋นตั่วดูอวิ๋นตั่วไม่เชื่อ จงใจจะหยิบไข่ตุ๋นชามนั้นออกมา แล้วก็โดนลวกมืออีกครั้งอย่างที่คิดไว้ เธอจึงทำตามที่อวี่เจ๋อบอก รีบใช้มือบีบหูไว้ ปริมาณความร้อนถ่ายเทเข้าสู่ติ่งหู และหายไปอย่างช้าๆ“จริงด้วย ทำไมเป็นแบบนี้ได้?” เธอมองอวี่เจ๋อด้วยความประหลาดใจอวี่เจ๋อมองดวงตาที่ใสเป็นประกายของเธอ แล้วรู้สึกตลกมาก “เพราะตรงติ่งหูมีเส้นเลือดฝอยน้อยที่สุด มีปริมาณเลือดไหลเวียนน้อย อุณหภูมิของติ่งหูจึ่งตํ่าที่สุด”“ทำไมคุณรู้เยอะขนาดนี้คะ?” อวิ๋นตั่วแทบจะพูดโพล่งออกมา พอคิดดูอีกทีก็รู้สึกว่าจะแสดงอารมณ์เลื่อมใสศรัทธาของตัวเองไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาจะอาศัยเสานี้ปีนขึ้นมา จะยิ่งคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนนอก“นับถือพี่ใช่ไหมล่ะ?” อวี่เจ๋อยิ้มอย่างมีเลศนัย“หลงตัวเอง!” อวิ๋นตั่วด่า“ไม่ยอมรับก็ช่างเถอะ” อวี่เจ๋อมองท้องฟ้าด้านนอก สีสันของเมฆยามพระอาทิตย์ตกดิน แล้วพูดว่า “เธอดูท้องฟ้าข้างนอกสิ สวยมากเลย!”อวิ๋นตั่วเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงยามเย็นราวกับผ้าดิ้นเงินดิ้นทองสีแด