อวี่เจ๋อมองความคิดเธอออก จึงบอกว่า “คนที่ทำผิดคือพี่ พระอาทิตย์ยามเย็นนี่ไม่เคยทำผิด ทิวทัศน์สวยขนาดนี้ เพื่อที่จะอารมณ์เสียใส่พี่ เธอเลยไม่ยอมเชยชม แบบนี้ไม่เป็นการทำให้วิวสวยๆ ผิดหวังเหรอ?”เขายืนขึ้นแล้วเดินไปข้างๆ เธอ “แต่ยืนดูแบบนี้ก็สวยเหมือนกันนะ”พออวิ๋นตั่วเห็นเหตุการณ์เป็นแบบนี้ จึงรีบนั่งลงบนโขดหิน“เธอกลัวพี่เหรอ?” อวี่เจ๋อเห็นเธอหลบเขาเหมือนเป็นเชื้อโรค“เปล่า ฉันแค่ยืนจนเมื่อย”“พอดีเลย พี่ก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน” เขานั่งลงติดกับเธอเธอจ้องเขา พอกำลังจะลุกขึ้นก็ถูกเขาดึงมือไว้ “เรามาเล่นเกมส์กันสักเกมส์ดีไหม? ชื่อเกมส์กั้วซาน เฟิ่งซาน ห้ามพูดออกมา แสดงออกมาโดยการยืนขึ้น เป็นยังไง?”“ทำไมฉันต้องเล่นเกมส์น่าเบื่อนี่กับคุณด้วย?”“ตอนนี้เธอไม่ได้กำลังเล่นเกมส์น่าเบื่อนี่อยู่หรือไง? พอพี่นั่งเธอก็ยืนพอพี่ยืนเธอก็นั่ง พี่เป็นสัตว์ป่าดุร้าย ทำให้เธอกลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?”อวิ๋นตั่วนั่งอยู่บนก้อนหินโดยไม่พูดอะไรออกมา มองเมฆยามอาทิตย์อัสดงที่อยู่ไกลๆ เธออยู่ที่นี่มาห้าปีกว่าแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ชื่นชมทิวทัศน์อย่างสงบแบบนี้ สระนํ้าสีเขียวคราม สนามหญ้าบนฝั่ง ดอกไม้ป่าดอกเล็กๆมากมาย ทุกอย่างสวยงามขนาดนี้ เหมือนเป็นบทกวีลูกทุ่ง เธออดคิดถึงบ้านหลังก่อนหน้านี้ไม่ได้ มีดอกไม้ใบหญ้าเช่นกัน ดอกไม้บนกำแพงของคุณแม่เคยทำให้คนมากมายทึ่ง เพียงแต่ว่าดอกไม้เหล่านั้นถูกตัดแต่งอย่างประณีตโดยคนงาน แต่ท