“หึหึ…..” อวิ๋นตั่วหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัวอวี่เจ๋อนึกว่าเธอจะโกรธเสียอีก นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ จะหัวเราะออกมา เดาไม่ค่อยออกว่าใจเธอกำลังคิดอะไร“เธอยังขำได้อีกเหรอ?”“นี่อย่างกับดาราเลยนะ ฉันจะไม่ขำได้ยังไง?” อวิ๋นตั่วมองอวี่เจ๋อด้วยสีหน้าหยอกล้อ “คนอื่นคิดหนักแทบตายเพื่อคุณ คุณไม่ซาบซึ้งสักนิดเลยเหรอคะ?”“พี่ไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าซาบซึ้งเลย? เธอทำท่าทางไม่สนใจแบบนี้ ทำให้พี่คาดไม่ถึงนิดหน่อย เขาใส่ร้ายเธอ เธอไม่โกรธเหรอ?”“มีอะไรน่าโกรธกันคะ ข่าวที่เล่าเรื่องจากภาพแบบนี้นิตยสารก็ทำค่ะ
ดังนั้นฉันคิดว่านี่คือเวรกรรมตามสนอง” อวิ๋นตั่วพูดอย่างจริงจัง “คุณไม่เคยทำงานแบบพวกเรา ไม่รู้ความวุ่นวายพวกนั้นหรอก เบื้องหลังภาพที่วาดวงสีแดงๆ ไว้ ปาปารัสซี่อย่างพวกเราใช้เวลาเฝ้าติดตามอยู่หลายวันหลายคืนกว่าจะได้มา มีบางครั้งพวกเราไม่ได้นอนหลายวันเพื่อตามคนๆ หนึ่ง เขากินข้าวเราก็ดู เขาหลับเราก็จ้อง ตอนเขาร้องเพลงเราก็ปีนหน้าต่างฟัง ก็แบบนี้แหละและไม่แน่ด้วยว่าจะถ่ายภาพที่มีมูลค่าได้ ดังนั้นภาพแต่ใบที่ออกมาเราก็ควรนับถือ นี่ก็เป็นแรงงานอย่างหนึ่งนะ!”อวิ๋นตั่วพูดขึ้นอย่างสบายๆ ราวกับมีความสุขที่ได้อยู่ในนั้น แต่อวี่เจ๋อกลับปวดใจไม่หาย เขาอยากจะบอกกับเธอว่า ที่จริงเธอไม่ต้องลำบากขนาดนี้ก็ได้ แต่กลัวจะไปทำลายความเคารพในตัวเองก็ของเธอ แม้ในหัวใจจะส่งเสียงร้องเป็นสิบล้านครั้งว่าไม่อยากให้เธอทำงานแบบนี้อีก แต่สุดท