ั้งหมดที่นี่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเธอคิดมาตลอดว่าบ้านที่ตัวเองอยู่เป็นหมู่บ้านชานเมืองที่ล้าหลังเสื่อมโทรม ตอนนี้ดูๆ แล้ว เธอก็แค่ไร้ดวงตาที่จะค้นพบความงดงามเท่านั้นเอง“อยู่แถบนี้มาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่มาที่นี่”เธอพูดออกมาหนึ่งประโยคอย่างอดไม่ได้“วันนี้เรามาตั้งใจวนดูในหมู่บ้านกันเถอะ”อวี่เจ๋อดึงมืออวิ๋นตั่วเดินไปตามสระนํ้า ตรงจุดที่ไม่ไกลมีเรือลำเล็กจอดอยู่ เขาชี้ไปที่เรือน้อยนั่นแล้วถามอวิ๋นตั่ว “เราไปนั่งบนนั้นกันดีไหม?”อวิ๋นตั่วมองไปรอบๆ แล้วพูดว่า “แบบนี้ไม่ดีมั้งคะ เรือลำนี้ไม่ใช่ของเราด้วย”“ก็แค่ยืมมาใช้เอง ใช่ว่าจะไม่คืนเขาสักหน่อย”อวี่เจ๋อว่าพลางก้าวขึ้นไปบนเรือ แล้วยื่นมือให้อวิ๋นตั่ว“มาสิ ไม่ต้องกลัว”“คุณพายเรือเป็นเหรอ?” อวิ๋นตั่วไม่ค่อยวางใจนัก“นิดหน่อยน่ะ”อวิ๋นตั่วมองเขาด้วยความตกใจ “เป็นแค่นิดเดียวเหรอ?”“ก็แค่สระนํ้าเล็กๆ เอง เธอยังกลัวอีกเหรอ”อวิ๋นตั่วจับมืออวี่เจ๋อเอาไว้ แล้วก้าวลงบนเรือ อวิ๋นตั่วถือไม้พายยาวด้ามหนึ่ง แล้วถ่อเรือไปกลางสราช้าๆ เรือน้อยสั่นโคลงเคลง อวิ๋นตั่วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเปล จึงย้อนนึกถึงช่วงวัยเด็กที่ไร้ความทุกข์ความกังวล“อวิ๋นตั่ว เธอมองบนฟ้าสิ”อวิ๋นตั่วเงยหน้ามองฟ้า บนนั้นแดงสว่างเหมือนกับไฟลุก ทำให้ทั้งสระนํ้าสะท้อนเป็นสีแดง แต่สักพักก็เปลี่ยนสีอีกแล้ว ไฟสีแดงค่อยๆ ถอยไป แล้วแสงสีทองคืบคลานขึ้นมาช้าๆ“อวิ๋นตั่ว*[1]เปลี่ยนแปลงได้