อวิ๋นตั่วตกใจตื่น ผุดลุกขึ้นนั่ง เหงื่อโทรมกายหันมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นแสงแดดสดใส อากาศกำลังดี เธอแน่ใจแล้วว่าตัวเองอยู่ที่บ้านแน่ใจว่านั่นเป็นแค่ฝัน เช่นนั้นถึงได้ถอนหายใจโล่งอก“เป็นอะไรไป ฝันร้ายเหรอ?”เมื่อหันไปมองตามเสียงก็เห็นอวี่เจ๋อนั่งอยู่ขอบเตียง ความเป็นห่วงฉายชัดบนใบหน้าของเขา“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่คะ?”“พี่มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่อวิ๋นเฉียวบอกว่า เธอบอกไว้ว่าห้ามปลุกยกเว้นแต่จะเกิดแผ่นดินไหวเท่านั้น”“ฉันหลับไปนานแค่ไหน?”“สิบสองชั่วโมง” อวี่เจ๋อจับมือของอวิ๋นตั่วไว้ “เธอยังไม่ตอบพี่เลย ฝันร้ายใช่หรือเปล่า? พี่เห็นเธอละเมอตอนนอน หลับไม่สนิทแบบนี้บ่อยๆ ใช่ไหม?”อวิ๋นตั่วชักมือกลับ “คุณนั่งตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว?”“น่าจะสักสิบกว่าชั่วโมงได้”“อวิ๋นเฉียวล่ะ?”“ไปส่งรูปที่ออกแบบให้อวี่ซี”อวิ๋นตั่วรู้สึกปลื้มใจเมื่อได้ยินว่าผู้เป็นพี่ตั้งใจกับงานมาก “ตอนนี้กี่โมงแล้วคะ?”“บ่ายสามกว่าแล้ว หิวแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปทำอะไรให้กิน”อวิ๋นตั่วมองอวี่เจ๋อเดินออกจากห้อง เขาไม่พูดเรื่องเทียนอี้เลยสักคำ หรือว่าที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะอยากถามให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น?เธอลุกจากเตียง เดินออกไปข้างนอก พ่อกับแม่กำลังดูทีวีอยู่ในห้อง“แม่คะ เย็นนี้จะกินอะไรดี?” เธอถาม“กินอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้ว” ชูชินกำลังทำงานเย็นปักของเธอ“อวี่เจ๋อซื้ออาหารมาด้วย ลูกไปดูสิ”อวิ๋นตั่วตำหนิผู้เป็นแม่ “แม่รับของจากเขาม