ตอนสี่ทุ่มอวิ๋นตั่วได้รับสายจากเทียนอี้ เสียงของฝ่ายนั้นที่อยู่ปลายสายพูดจาไม่รู้เรื่อง เอาแต่เรียกชื่อของเธอ เธอฟังออกว่าเขาต้องเมาแล้วแน่ๆ แบบนั้นก็เลยกดวางสายไปไม่ได้สนใจผ่านไปไม่นาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ต่างกับครั้งก่อน ปลายสายพูดอะไรไม่รู้เรื่อง และก็เป็นอีกครั้งที่อวิ๋นตั่ววางสายไป กระทั่งตีหนึ่งโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก คราวนี้เธอตวาดลั่นด้วยความโมโห “ยังไม่ยอมจบอีกใช่ไหม!”เสียงปลายสายที่ดังมานั้นสุภาพมาก “คุณอวิ๋นตั่ว คุณชายหยูเมาแล้วเราเห็นว่าเขาเอาแต่โทรหาคุณ ช่วยมาที่นี่หน่อยได้ไหมครับ?”“ฉันไม่ใช่ศูนย์เลิกเหล้านะคะ คนเมาแล้วโทรหาฉันทำไม?”ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่เธอก็คิดว่าเพื่อนทั้งคนจะโยนทิ้งอย่างไม่สนใจก็ไม่ได้ เพราะแบบนั้นจึงแต่งตัวแล้วออกจากบ้านไปเมื่อไปถึงบาร์ เทียนอี้นอนอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ข้างหน้ามีขวดเหล้าเจ็ดแปดขวดวางระเการะกะ ภาพแบบนั้นพลอยทำให้อวิ๋นตั่วนึกไปถึงอวิ๋นเฉียวในอดีต จู่ๆ เธอก็รู้สึกเห็นใจคนคนนี้ขึ้นมาเธอพยุงเทียนอี้ขึ้นมา ใช้แขนข้างหนึ่งของเขาพาดเข้ากับไหล่ตัวเอง แล้วเดินโซเซออกจากบาร์ไป เมื่อส่งเขาขึ้นรถเสร็จก็ค้นกุญแจรถจากในกระเป๋าทักษะการขับรถของอวิ๋นตั่วนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าอวิ๋นเฉียวเสียอีก โดยเฉพาะกับรถสปอร์ตแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เธอเหยียบคันเร่งลงไป ราวกับกำลังบินได้ ทำเอาหัวใจแทบหลุดออกจากอก“นายอยู่ที่ไหน?” เธอถามเทียนอี้“โรงแรม”“ยังตอบได้อีกเหรอ”