อวิ๋นตั่วกับกู่เลี่ยงกลับไปโดยที่ทำงานไม่สำเร็จ พอถึงที่สำนักพิมพ์ ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนคุยล้อมโต๊ะพวกเขาอยู่“วันนี้ว่างขนาดนั้นเลยเหรอ มาล้อมโต๊ะฉันทำไม จะปล้นเงินฉันเหรอคะ” อวิ๋นตั่วเดินเข้าไป แหวกกลุ่มฝูงชนก็เห็นการ์ดเชิญวีไอพีอยู่บนโต๊ะกู่เลี่ยงหยิบของตัวเองขึ้นมา แล้วคุยโวโอ้อวด “โซนวีไอพี พระเจ้า เป็นปาปารัสซี่คนหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสวัสดิการแบบนี้ ฉันขอไปร้องไห้แปบนะ”ข้างๆ เริ่มมีคนซุบซิบแล้ว “อวิ๋นตั่ว บอกหน่อยว่าทำได้ยังไงน่ะ ถ่ายทอดเคล็ดลับให้พวกเราหน่อย”อวิ๋นตั่วหัวเราะแล้วบอกว่า “ง่ายมาก ก็ขายตัวไง”“เฮ้อ!” เสียงทอดถอนใจดังขึ้น “ต้องมีคนอยากซื้อด้วยนะ ถึงจะขายได้”“เรื่องนี้ต้องไปตามกู่เลี่ยงแล้วล่ะ”ทุกคนหันไปมองกู่เลี่ยง กู่เลี่ยงจึงทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ “เกี่ยวกะไรกับฉันล่ะ?”“เมื่อวันซืนนายเพิ่งพูดกับฉันไม่ใช่เหรอ ว่าอยากจะขายตัว?”“พูดจาระวังหน่อย คนพวกนั้นไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัวนะ ถ้าถึงตอนนั้นเอาฉันไปเป็นคู่หูด้วย จะมีผลดีอะไรกับเธอ?” กู่เลี่ยงแสดงความไม่พอใจ“ฉันว่าอวิ๋นตั่วมากกว่าที่มีเคล็ดลับ ต่อไปนี้ให้ฉันเป็นคู่หูอวิ๋นตั่วเถอะ?” ปาปารัสซี่รุ่นพี่ที่ผมสั้นเอ่ยขึ้นอวิ๋นตั่วยังไม่ทันได้แสดงความคิดเห็น ก็มีคนวิ่งมาตะโกนว่า “อวิ๋นตั่ว มีคนมาหาใต้ตึก” พอพูดจบ ก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ท่าทางจะเป็นคุณชายผู้รํ่ารวย ใส่แบรนด์เนมทั้งตัว ขับแลมโบกินี่ด้วย สาวน้อยมีเค