เมื่อถึงหน้าร้านอวี่ซีแล้วอวิ๋นตั่วก็รู้สึกเหมือนตัวเองนั่งรถไฟเหาะมารอบหนึ่ง พอลงจากรถ ขาสองข้างก็อ่อนแรงไปหมด โลกทั้งใบเหมือนกำลังหมุนอวี่ซีออกมาจากร้าน เมื่อเห็นว่าสีหน้าของอวิ๋นตั่วไม่ค่อยดี จึงรีบเอ่ยถามขึ้น “เป็นอะไรไปน่ะ?”อวิ๋นตั่วชี้ไปที่อวิ๋นเฉียวแล้วบอกว่า “เขาขับรถซะที่ไหนกันคะ ทำการแสดงผาดโผนชัดๆ ตลอดทางที่มาฉันแสดงหนังเรื่อง A Friday NightDate ไปหลายรอบเหมือนกัน ทำฉันเวียนหัวหมดแล้ว”อวิ๋นเฉียวคืนกุญแจรถให้อวี่เจ๋อ รู้สึกขุ่นเคืองใจแทนตัวเอง “โทษฉันได้เหรอ ฉันไม่ได้ขับรถมาเกือบหกปีแล้ว ไม่ชำนาญบ้างเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอไง?”ทั้งสามเข้ามาในร้านแล้วนั่งลงบนโซฟา โดยที่อวิ๋นเฉียวถูกอวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อขนาบไว้ตรงกลาง อวี่ซียืนอยู่ตรงหน้า ลักษณะเคร่งขรึมจริงจัง ทำให้เขารู้สึกอึดอัดหนิงหนิง หนึ่งในพนักงานบริการยกนํ้าชาออกมาสามแก้วทันที ตอนที่วางนํ้าชาตรงหน้าอวี่เจ๋อนั้น เธอก็มองเขาแวบหนึ่งด้วยสายตาอาวรณ์
จากนั้นก็ยิ้มเขินแล้ววิ่งออกไปอวิ๋นตั่วมองเธอ แล้วยิ้มเยาะ “ดวงหน้าแดงเรื่อ อิงแอบประตูมอง กลับเด็ดลูกบ๊วยมาดอมดม!”อวิ๋นเฉียวมองน้องสาว “ท่องกลอนอะไรแต่เช้า หมายความว่ายังไงน่ะ?”ทว่าอวิ๋นตั่วก็ไม่สนใจเขาเขาจึงต้องหันมองอวี่เจ๋อ แล้วถามว่า “ฉันเรียนมาน้อย นายบอกฉันหน่อยสิว่าที่เธอเพิ่งพูดหมายความว่ายังไง กำลังด่าฉันหรือเปล่า?”“ไม่ได้ด่านาย แต่ด่าฉันต่างหาก!” อวี่เจ๋อพูดอวิ๋นเฉ