อวิ๋นเฉียวเดินมาตรงหน้าโต๊ะอาหาร พอเห็นปาท่องโก๋กับเต้าฮวยก็ยื่นมือไปหยิบและถามว่า “ใครซื้อมา?”อวิ๋นตั่วปัดมือของอวิ๋นเฉียวออก “ยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันไม่ใช่เหรอคะ? ดูสภาพพี่สิ เหมือนตาแก่ในชนบทเลย”อวิ๋นเฉียวอ้าปากกว้างแล้วพ่นลมหายใจใส่น้องสาวอวิ๋นตั่วใช้มือปัดแล้วต่อว่า “เหม็นจริงๆ!”“คุณแม่ครับ น้องรังเกียจผม!” อวิ๋นเฉียวหันไปพูดกับชูยิน“ลูกซกมกแบบนี้ อย่าว่าแต่น้องเลย แม่ก็รังเกียจ!”เขาถอนหายใจเฮือก “ดูจากฐานะของผมที่บ้านหลังนี้คงใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ!”อวิ๋นเฉียวเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ทุกวันนี้เทียบกับอดีตไม่ได้แล้วเสื้อผ้าทั้งหมดเป็นเสื้อผ้าจากร้านค้าแผงลอยราคาไม่กี่สิบหยวน ใส่แล้วรู้สึกว่าสง่าราศีหายไปนิดหน่อย เขายื่นจ้องอยู่หน้ากระจก พอใจในรูปร่างหน้าตาตัวเองมาก แต่ไม่พอใจกับเสื้อผ้าพออวิ๋นเฉียวกินอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสามคนก็เตรียมออกเดินทาง อวี่เจ๋อเดินไปเปิดประตูรถ รอให้อวิ๋นตั่วขึ้นไปนั่ง แต่อวิ๋นตั่วดันจะขี่ลาน้อยของเธอเธอจึงถูกอวี่เจ๋อดึงไว้ แล้วจับยัดเข้าไปที่นั่งข้างคนขับอวิ๋นตั่วออกมาจากรถ แล้วมานั่งเบาะหลังอวิ๋นเฉียวเดินเข้ามา ลูบคลำรถอยู่พักหนึ่งก็รู้สึกคันไม้คันมือ “ไม่ได้ขับนานแล้ว ให้ฉันขับได้ไหม?”“ได้สิ!” เมื่ออวี่เจ๋อไม่ได้ดั่งใจหวัง เขาจึงส่งกุญแจให้อวิ๋นเฉียว แล้วมานั่งเบาะหลัง ยิ้มให้อวิ๋นตั่วอย่างมีเลศนัยอวิ๋นตั่วเมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล ก็