กู่เลี่ยงเป็นปาปารัสซีมาก็หลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอเรื่องแบบนี้ ทำให้เขาได้แต่มองอวิ๋นตั่ว อย่างไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี“ถ่ายสิ ในเมื่อเขามาให้เราถ่ายแล้ว ทำไมถึงจะไม่ถ่ายล่ะ?”เขากดชัตเตอร์ ทั้งด้านหน้าด้านข้าง อย่างกับถ่ายรูปแต่งงานไม่มีผิด เขาไม่เคยถ่ายรูปดาราแบบเปิดเผยขนาดนี้มาก่อนเลย ทำให้เขายังปรับตัวไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่นักผ่านไปสักพัก ในที่สุดเทียนอี้ก็เริ่มหงุดหงิด “เสร็จหรือยัง?”“สะ…เสร็จแล้ว”“งั้นเราไปกันเถอะ!”ฟู่เข่อเจียคิดว่าเขาบอกตัวเอง ทว่าพอหันมาก็เห็นเขาจับมืออวิ๋นตั่วอยู่ถึงได้แต่มองไปที่อีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจอวิ๋นตั่วดึงมือของเทียนอี้ออก“นายนี่ก็ตลกนะ ฉันจะไปกับนายทำไม?”“เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันจะเลี้ยงกาแฟเธอ รูปก็ถ่ายไปแล้ว แค่คำขอเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้เธอก็ยังไม่ยอมอีกเหรอ?”“ก็เพราะถ่ายรูปแล้วน่ะสิ ฉันก็เลยต้องกลับไปเขียนข่าว ฉันไม่รบกวนพวกคุณแล้วดีกว่า บาย!”อวิ๋นตั่วดึงกู่เลี่ยงให้ออกวิ่ง ทั้งสองขึ้นไปนั่งบนรถเก่าๆ ของตัวเองแล้วขับกลับสำนักงานนิตยสารหม่าต้าเก้อดูรูปไปพลางพร้อมกับกระซิบไปด้วย “นี่ไม่เหมือนแอบถ่ายเลยนะ ไปทำยังไงถึงได้มาน่ะ?”“ไม่ต้องสนใจวิธีการหรอกค่ะ ยังไงเราก็ได้มาแล้ว หนึ่งพันหยวน จะตุกติกไม่ได้นะคะ”“เอ่อ…จะเอาหนึ่งพันจริงๆ น่ะเหรอ?” หม่าต้าเก้อนึกเสียใจ“คุณคงไม่ได้คิดจะเบี้ยวเราหรอกใช่ไหมคะ?” อวิ๋นตั่วเริ่มร้อนรน ยื่นมือไปคว้ารู