ปพวกนั้นมา “คราวนี้เราจะเปลี่ยนวิธี เอาเงินให้เราก่อน เราถึงจะให้รูปกับคุณ”“ก็แค่เงินหนึ่งพัน จำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?”“จำเป็นสิครับ จำเป็นมากๆ” กู่เลี่ยงที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นบ้าง“คือแบบนี้นะ ถึงเราจะถ่ายรูปมาได้แล้ว แต่ลงในนิตยสารแล้วยอดขายจะเป็นยังไงก็ยังบอกไม่ได้เลย” หม่าต้าเก้อหัวเราะ “พวกคุณเองก็รู้ สื่อสิ่งพิมพ์เดี๋ยวนี้น่ะ…”“สื่อสิ่งพิมพ์เดี๋ยวนี้มันซบเซา สำนักพิมพ์หลายแห่งจ่ายเงินเดือนไม่ไหวแล้ว ที่คุณยังได้เงินเดือนตรงเวลาแบบนี้ก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว เราควรจะเห็นคุณค่าในงานนี้ อย่าเอาแต่นึกถึงผลประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียของตัวเอง ต้องร่วมหัวจมท้าย แบ่งปันความยากลำบากกัน!” อวิ๋นตั่วกับกู่เลี่ยงพูดเป็นเสียงเดียวกันราวกับกำลังท่องหนังสือ“ในเมื่อเข้าใจเหตุผลกันดีแล้วก็ไม่ต้องมาคอยทวงหนี้เหมือนหวงซื่อเหรินอีก!” หม่าต้าเก้อมองอวิ๋นตั่วกับกู่เลี่ยงอย่างน่าสงสารราวกับตัวเองเป็นหยางไป๋เหล่า“ลูกพี่หม่า ถึงยังไงคุณก็ทำงานในธุรกิจบันเทิงคุณจะทำตัวเป็นผู้รับเหมาไร้ยางอายไม่ได้นะครับ ถ้าคุณยังขี้เหนียวแบบนี้อีก ผมจะตายให้คุณดูจริงๆ นะ!” กู่เลี่ยงพูดอย่างจนปัญญา“พอๆๆ!” หม่าต้าเก้อหัวเราะใส่กู่เลี่ยง “เป็นชายต้องมีอุดมการณ์กว้างไกล อย่าเอะอะก็อยากไปตาย แบบนี้ไม่ดีหรอก!”“งั้นบอกมาสิครับว่าสรุปจะให้หรือไม่ให้”“ถึงจะให้ แต่ผมก็ต้องไปแจ้งฝ่ายการเงินก่อน ไม่ใช่บอกจะให้ก็ควักให้ได้ทันทีเลยใช่ไหมล่ะ?”“ค