องเปลี่ยนรถแล้วแน่ๆ ไม่งั้นก็สะดุดตาเกินไป” กู่เลี่ยงพึมพำกับตัวเอง“ฟู่เข่อเจียมีรถกี่คัน?”“น่าจะสี่คันนะ รถสปอร์ตปอร์เช่ กับ BMWSUVแล้วก็Mercedes-Benz แต่ที่ใช้บ่อยๆ ก็รถตู้คันใหญ่นั่น”“งั้นเราไปหาที่สูงๆ ที่มองเห็นพื้นที่ได้หมดคอยจับตาดู ถ้าพวกเขาเข้ามาเราจะได้เห็น”“ไอเดียดี งั้นเธอเฝ้าที่นี่นะ แต่ที่สูงๆ ที่มองเห็นทั้งหมดที่เธอว่ามันที่ไหนล่ะ?”อวิ๋นตั่วมองไปรอบๆ ก็ยังหาที่ดีๆ ไม่เจอ แต่เธอก็เหลือบไปเห็นนักข่าวกลุ่มหนึ่งกำลังแบกกล้องถือไมค์วิ่งมาทางนี้“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” กู่เลี่ยงถาม“ยังต้องถามอีกเหรอไง เพราะไม่เจอใครในสนามบินก็เลยเพิ่งจะคิดได้น่ะสิ”ขณะเดียวกันนั้นก็ได้ยินเสียงคนตะโกนขึ้น “อยู่ทางนั้น!”แล้วคนกลุ่มนั้นก็วิ่งตามเสียงไป กู่เลี่ยงเองก็จะดึงอวิ๋นตั่วตามไปด้วย แต่ก็ถูกเธอรั้งไว้แล้วชี้ไปที่ปอร์เช่คันสีแดงที่จอดอยู่ไกลๆ ที่มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังขึ้นรถไป แม้ว่าฝ่ายหญิงจะสวมแว่นกันแดดกับผ้าปิดปาก แต่ด้วยประสบการณ์ปาปารัสซีที่เป็นมาหลายปี เพียงมองปราดเดียวอวิ๋นตั่วก็ดูออกว่าหญิงสาวคนนั้นคือฟู่เข่อเจีย ส่วนชายหนุ่มใส่หมวกแก๊ปที่กดลงจนตํ่ามากกับแว่นกันแดดขนาดใหญ่ที่แทบจะปิดได้ทั้งใบหน้าพอเห็นพวกเขากำลังจะขึ้นรถ กู่เลี่ยงก็ยกมือจับท้ายทอยด้วยความลนลาน “ทำยังไงดี เงินพันหยวนจะปลิวหนีไปแล้ว”อวิ๋นนึกถึงเงินพันหยวนที่ซื้อก๋วยเตี๋ยวเนื้อได้หลายถ้วยก็เริ่มมีพลังขึ้นมา“นายเตรียมตัวให