งใจเต้นแรงแทบบ้า “เธอว่านี่ฉันกำลังหาเรื่องลำบากให้ตัวเองหรือเปล่า แค่ข่าวข่าวเดียว เกือบเอาชีวิตไปทิ้งแล้วเชียว!”อวิ๋นตั่วยกมือขึ้นตบอกตัวเอง “คิดว่าฉันไม่กลัวหรือไง ไม่ใช่เพราะถูกบีบจนไม่มีทางเลือกหรอกเหรอ?”“น่าเสียดาย ยังถ่ายด้านหน้าของผู้ชายคนนั้นไม่ได้เลย”“ได้ด้านข้างมาก็ใช้ได้แล้ว เหลือที่ให้คนได้จินตนาการบ้าง!”ตอนที่อวิ๋นตั่วเอารูปไปวางตรงหน้าหม่าต้าเก้อนั้นในใจของผู้เป็นหัวหน้าก็เบ่งบานราวดอกไม้ ทว่าใบหน้ากลับทำเป็นไม่รู้สึกอะไร “โธ่เอ๊ย แค่ด้านหลังกับด้านข้าง ไม่มีด้านหน้าเลยสักรูป”“เพราะรูปพวกนี้ ฉันกับกู่เลี่ยงแทบเอาชีวิตไม่รอด บริษัทมีประกันภัยให้เราไหมคะ?”“คุณนี่นะ ชอบพูดน่ากลัวเกินจริงอยู่เรื่อย ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่ะ”“ก็ได้ๆ ถ้าไม่ถูกใจ อย่างนั้นก็เอาคืนมา ฉันจะได้เอาไปขายให้คนอื่น ได้รายได้เสริมไปด้วย” อวิ๋นตั่วพูดไปก็ยื่นมือไปเอารูปพวกนั้นด้วยหม่าต้าเก้อรีบจับไว้ทันที “เห็นคุณใจร้อนแบบนี้ก็น่าเสียใจอยู่นา ผมไม่ได้บอกว่าไม่เอาสักหน่อย”“งั้นก็โอเคค่ะ ฉันกับกู่เลี่ยงจะได้เท่าไหร่?”“หกร้อย”“คนละหกร้อย?”“สองคนหกร้อย”“คุณใจแคบเกินไปแล้ว ชีวิตเรามีค่าแค่สามร้อยหยวนเองเหรอ?”“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้ พวกคุณทำงานให้นิตยสารเรา ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเราสำรองออกให้ไปก่อน อีกอย่างรูปถ่ายที่มีมูลค่าเราก็ให้โบนัสรางวัลกับพวกคุณ แถมสวัสดิการเราก็ดี เดี๋ยวนี้พวกสื่อสิ่งพิมพ์กำลังซบเซา ลองออกไ