ภายในโถงมีผู้รั้งอยู่สามคน
หลิวมู่จือรักษากิริยาสงบนิ่ง เพียงปรายตามองจ้าวหนิงอย่างไร้ความแยแส ด้วยฐานันดรของเขา ย่อมไม่จำเป็นต้องลดตัวลงมาเสวนาด้วย ทว่าแค่การเสด็จมาประทับเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ก็นับว่าแปดเปื้อนเกียรติของเขามากพอแล้ว
ส่วนเจ้าเมืองเยี่ยนผิงหาได้เยือกเย็นดั่งหลิวมู่จือ ใบหน้าของเขาอึมครึม นัยน์ตาวูบไหวด้วยประกายอำมหิต การที่สือชงผลักไสจ้าวหนิงออกมารับหน้านั้นไร้ค่าในสายตาเขา เขาไม่แม้แต่จะชายตามองจ้าวหนิงตรงๆ ราวกับตำแหน่งจงฉีของอีกฝ่ายต่ำต้อยเกินกว่าจะคู่ควรเสวนาด้วย
ผู้ที่สามคือขุนนางผู้ตรวจการจากศาลผู้ตรวจการ แม้ตำแหน่งหาได้สูงส่ง สวมเพียงชุดขุนนางสีเขียวเข้มขั้นหก กลับกวาดสายตาหยิ่งผยองมองสือชงและจ้าวหนิงประดุจมองมดปลวก ท่าทีโอหังวางอำนาจเสียยิ่งกว่าเจ้าเมืองเยี่ยนผิง
“กองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองช่างโอหังนัก ถึงขั้นกล้าทำร้ายขุนนางขั้นห้าและเจ้าหน้าที่ที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงกว่าสี่สิบชีวิตจนบาดเจ็บ ในสายตาพวกเจ้ายังมีกฎหมายบ้านเมืองอยู่หรือไม่ ยังตระหนักว่าตนคือขุนนางราชสำนักอยู่อีกหรือ การกระทำเช่นนี้หาต่างอันใดกับอันธพาลข้างถนน”
ขุนนางผู้ตรวจการตวาดกร้าว “ใต้เ