จ้าวชี่เยว่ปรายตามองจ้าวหนิงที่สงบนิ่งดุจเมฆาล่องลอย สลับกับเว่ยอู๋เซี่ยนที่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมวางมาดดุจมารร้าย ซ้ำยังเลิกคิ้วลำพองใจ นางนวดขมับเบาๆ “พวกเจ้าสองคนเล่นงิ้วเข้าขากันไม่เลว แอบไปซ้อมกันตั้งแต่เมื่อใด”
จ้าวหนิงเพียงยิ้มมุมปาก ทว่าเว่ยอู๋เซี่ยนกลับชิงโอ้อวด “นี่แหละที่เรียกว่าพี่น้องร่วมใจ พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน สุนัขรับใช้ที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงกับตระกูลหลิว ล้วนจองหองมาตลอด ครานี้มิใช่โดนข้ากับหนิงเกอปั่นหัวเล่นบนฝ่ามือหรอกหรือ”
ยามโอ้อวดสรรพคุณ คิ้วสองข้างของเว่ยอู๋เซี่ยนขยับขึ้นลงไม่หยุด ทว่าคิ้วอันเบาบางราวกับรอยหมึกจางๆ สองเส้นนั้น เมื่อมาอยู่บนใบหน้าถมึงทึงกลับดูพิลึกพิลั่นจนน่าขัน
จ้าวหนิงกระจ่างแจ้งแก่ใจ ปกติเว่ยอู๋เซี่ยนหาใช่พวกชอบคุยโวโอ้อวดพร่ำเพรื่อ การที่มันมาตีฝีปากเสนอหน้าต่อหน้าจ้าวชี่เยว่ เหตุผลเดียวคือความงดงามของสตรีตรงหน้า นับแต่เจ้าหมีควายนี่บรรลุธรรมเรื่องสตรี เลิกหน้าแดงเป็นตูดลิงยามพบพาน ความกำเริบเสิบสานก็พองโตขึ้นทุกวัน ไม่เพียงเคยทำน้ำลายสอใส่สตรีทรงเสน่ห์อย่างฮู่หงเหลียน ยามนี้ยังกล้ากำเริบคิดอกุศลกับพี่สาวเขา ช่างรนหาที่ตายแท้ๆ… จ้าวหนิงลอบด่าทอโคตรเหง้า