งใจจดใจจ่อแน่นอน”“เธอกำลังเป็นห่วงพี่เหรอ? เป็นห่วงว่าพี่จะเสื่อมเสียชื่อเสียงใช่ไหม?”อวี่เจ๋อตาเป็นประกายด้วยความดีใจ“ฉันก็แค่บอกไปตามความจริงค่ะ ถ้าคุณยังทำอะไรตามใจแบบนี้ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”“ก่อนที่เธอจะมา พี่ก็ต้องทำความรู้สึกนิตยสารของเธอก่อนอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่จะสัมภาษณ์พิเศษหรือเปล่า พี่ก็คิดทบทวนมาอย่างดีแล้ว และสุดท้ายก็คิดว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการได้เจอเธอ!” อวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่วด้วยความอาลัยอาวรณ์ “พี่ไม่สนใจเรื่องชื่อเสียง พี่เคยบอกแล้วว่าต่อให้เธอแก่ตัวไป พี่ก็เต็มใจจะอยู่ข้างเธอ นับตั้งแต่วันนี้ พี่จะผูกทุกอย่างของตัวเองไว้ที่เธอ เธอเป็นยังไงพี่ก็จะเป็นอย่างนั้น!”“ฟังดูน่าซาบซึ้งใจจังเลยนะคะ” อวิ๋นตั่วยิ้มอย่างเย็นชา แล้วหยิบกล้องออกมา “ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณนั่งลงค่ะ เรามาถ่ายรูปกันก่อน”“ได้สิ!”อวี่เจ๋อกลับไปนั่งลงบนโซฟาเดี่ยว แล้วมองข้างหน้าด้วยสายตาลึกซึ้ง
ใบหน้าคมชัดที่เหมือนสลักอย่างประณีตโดยพระเจ้า สมบูรณ์แบบจนแทบทำให้คนมองรู้สึกหายใจลำบาก อวิ๋นตั่วไม่กล้าที่จะเพ่งมองชัดๆ กลัวว่าใจตัวเองจะว้าวุ่น เธอบอกตัวเองซํ้าแล้วซํ้าเล่าว่าเรื่องของเราจบไปนานแล้วพอถ่ายรูปเสร็จไปหนึ่งชุด อวิ๋นตั่วก็ไปนั่งตรงข้ามอวี่เจ๋อแล้วหยิบปากกาอัดเสียงออกมา “ผอ.หลิวคะ ได้ยินมาว่าผอ.จ้าวของฟู่หลิงเป็นคนให้เงินทุนก้อนแรกกับคุณ ข่าวนี้จริงไหมคะ?”“ใช่ครับ ผอ.จ้าวเป็นผู้ผลักดันผมจริงๆ”“เป