“ฉันไม่ไปนะคะ!” อวิ๋นตั่วพูด“อะไรนะ?” หม่าต้าเก้อโวยวาย “โอกาสที่ดีขนาดนี้เธอดันบอกกว่าไม่ไปเหรอ? นํ้าเข้าสมองเธอหรือไง รู้ไหมว่ามีสื่อกี่แห่งแย่งโอกาสนี้กัน? ถ้ามีโชคหล่นมาจากฟ้า เธอจะไม่รับไว้เหรอ?”“โชคใหญ่เกินไป ฉันกลัวมันหล่นกระแทกหัวค่ะ หัวหน้าให้คนอื่นไปเถอะ”“ใช่ครับๆ ให้ผมไปเถอะ” กู่เลี่ยงพูด“คุณเหรอ?” หม่าต้าเก้อมองกู่เลี่ยงอย่างเหยียดหยาม “นอกจากถ่ายรูปแล้วคุณทำอะไรได้อีก?”“ผมทำเป็นเยอะเลยครับ ใช้เวลาสั้นๆ แค่นี้คงพูดไม่หมดหรอก
อย่างเช่นเล่นสเก็ตก็เป็น ปีนั้นผมกับอวิ๋นตั่วได้รับการยกย่องให้เล่นสเก็ตในงานต้อนรับนักศึกษาใหม่ด้วยนะ ฮือฮากันทั้งมหา’ลัยเลย!”“พอแล้วๆ!” หม่าต้าเก้อขัดจังหวะเขา “คุณไม่ต้องพูดถึงเรื่องปีนั้นแล้วเขาบอกว่าจะให้อวิ๋นตั่วไป บอกว่านอกจากอวิ๋นตั่วแล้ว คนอื่นก็ไม่ได้ทั้งนั้น”“นิตยสารบันเทิงอย่างพวกเราไปสัมภาษณ์นักธุรกิจ หัวหน้าว่ามันไม่แปลกเหรอคะ?” อวิ๋นตั่วพูดหม่าต้าเก้อหัวเราะ “ผมทำอาชีพนี้มายี่สิบกว่าปีแล้ว แน่นอนว่าผมได้กลิ่นอะไรนิดหน่อย เขาไม่ได้พุ่งเป้ามาที่นิตยสารเราหรอก เขาพุ่งมาที่เธอไม่อย่างนั้นคนที่ในมือก็มีสื่อ มีเว็บไซต์โซเชียล มีเว็บไซต์วีดิโออยู่แล้ว ถ้าเขาอยากโฆษณาตัวเอง ก็สามารถมอบโอกาสนี้ให้สื่อของตัวเองได้ จะวนมาถึงพวกเราได้ยังไงล่ะ”“ต่อให้เป็นแบบนั้น หัวหน้าก็ยังจะให้ฉันไปอีกเหรอคะ?”“ผมไม่สนว่าคุณกับหลิวอวี่เจ๋อจะมีบุญคุณความแค้นอะไรต่