“ไปข้างหน้า แล้วเลี้ยวเข้าซอยถัดไป” อวิ๋นตั่วชี้ไปยังปากทางที่อยู่ข้างหน้า“เธอนั่งนิ่งๆ นะ!” กู่เลี่ยงเหยียบคันเร่ง พอรถขับมาถึงปากทางก็รีบชิดเข้าด้านข้าง แล้วเลี้ยวเข้าในซอยแห่งหนึ่ง ซอยนั้นแคบมาก แต่รถยนต์หนึ่งคันก็พอจะขับถูๆ ไถๆ เข้าไปได้กู่เลี่ยงยิ่งขับไปก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล “เรามาผิดทางหรือเปล่า?”“ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม ขับไปข้างหน้าก็พอแล้ว” อวิ๋นตั่วกลับไม่คิดมากขับไปข้างหน้าจนถึงทางคดเคี้ยวเล็กๆ สายหนึ่ง ข้างหนึ่งมีคลองเล็กๆส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นบ้านคน ทางก็ยิ่งแคบลงเรื่อยๆ ไม่มีที่ให้กลับรถ กู่เลี่ยงรู้สึกกระวนกระวายในใจ เต่าล้านปีอย่างฉันก็ไม่มีเครื่องนำทางนะ ดูท่าจะหลงทางแล้ว]jt“พวกเราคงไม่เป็นคนอู่หลิงแบบไม่ทันระวังตัว บุกเข้ามาในป่าท้อแล้วหรอกนะ?” อวิ๋นตั่วยังคงมองโลกในแง่ดี“ข้างหน้าเป็นซอยตัน ทำได้แค่ถอยรถกลับแล้วล่ะ” กู่เลี่ยงนึกถึงตอนที่เพิ่งขับมาถนนสายนี้ เป็นทางคดเคี้ยว ถ้าไม่ระวังอาจจะหกคะเมนลงคลองได้ตอนนี้อวิ๋นตั่วเห็นสะพานเล็กๆ แห่งหนึ่งบนคลอง สองข้างมีเสาเหล็กธรรมดากั้นอยู่ มีรอยสนิมเป็นจุดๆ ดูแล้วมีอายุเก่าแก่พอสมควร“ข้ามสะพานดีไหม?”แม้กู่เลี่ยงจะสงสัยในความสามารถเรื่องบอกทางของอวิ๋นตั่ว แต่เวลานี้ก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว พอเลี้ยวโค้งขึ้นสะพานก็ขับไปอย่างอกสั่นขวัญแขวนพอข้ามสะพานแล้วก็ขับผ่านที่ทิ้งขยะแห่งหนึ่ง ถนนถึงได้เปิดกว้างขึ้นมาตอนนี้กู่เลี่ย