าตัวเองพลั้งปากพูดออกไปแล้วอวี่เจ๋อยิ้มบางๆ “เธอรู้ได้ยังไงว่าภาพวาดของอวิ๋นเฉียวอยู่กับอวิ๋นตั่วเรื่องที่ว่าตอนอยู่ต่างประเทศ เขาจะวาดภาพให้อวิ๋นตั่วทุกเดือน เธอก็รู้ใช่ไหม?”“มันก็ไม่ใช่ความลับอะไรนี่คะ ทำไมฉันถึงจะไม่รู้ล่ะ?”อวี่ซียังพยายามแสร้งทำท่าสงบ “ก่อนหน้านี้อวิ๋นตั่วก็เคยบอกว่าตอนที่อวิ๋นเฉียวรักกับจือซ่าน เขาขยันวาดรูปมาก เดือนหนึ่งวาดรูปเหมือนของจือซ่านตั้งหลายรูป อวิ๋นตั่วยังเคยเอามาให้ฉันดูเลยตั้งหลายครั้ง”อวี่เจ๋อยื่นมือออกไปลูบท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว “เธอคิดว่าอะไรคือสิ่งที่มือข้างนี้อยากจะคว้าไว้?”“พี่ถามฉัน ฉันไม่เข้าใจเรื่องวาดภาพหรอกค่ะ” อวี่ซีตอบเสียงเย็น“หืม?” อวี่เจ๋อมองน้องสาวด้วยความสงสัย “พี่คิดมาตลอดว่าการออกแบบเสื้อผ้าก็เหมือนกับการวาดรูป”“ถ้าตามที่พี่พูด ดีไซน์เนอร์ทุกคนคงเป็นจิตรกรได้” อวี่ซีเถียงกับพี่ชาย“อวี่ซี จะต้องพูดแบบนี้จริงๆ น่ะเหรอ?”อวี่ซีไม่ได้พูดอะไร เธอรู้ว่าท่าทีที่เธอแสดงออกตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ในใจก็แอบรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเหตุผล เธอเกลียดพี่ชาย เป็นเพราะว่าเขาไม่อยู่ตอนที่บ้านอวิ๋นประสบปัญหา จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้เลยด้วยซํ้าว่าทำไมอวี่เจ๋อต้องจากไปในวันที่จัดงานหมั้น เธอพยายามที่จะถามหลายครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบ จนกลายเป็นปริศนาที่สามารถตีความไปได้มากมาย และเธอก็มักเผลอคิดไปในด้านลบ แม้จะรู้ว่าไม่มีเหตุผล แต่ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเ