ึกไม่ถึงว่าอวิ๋นเฉียวจะกล้าฆ่าคนจริงๆอวิ๋นตั่วถือโอกาสสะบัดตัวให้หลุดออกมา แล้ววิ่งไปอยู่ข้างพี่ชาย เห็นชายคนนั้นดิ้นรนอยู่บนพื้นครู่หนึ่ง เหมือนกับปลาที่ถูกช้อนขึ้นมาไว้บนพื้นบกไม่นานนักเขาก็ตาเหลือก แล้วนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นเป็นครั้งแรกที่สองพี่น้องเห็นคนตาย พวกเขาจึงจ้องชายคนนั้นอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเขาหมดลง อวิ๋นเฉียวนั่งลงบนพื้นโยนมีดปอกผลไม้ในมือทิ้งโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นก็แหงนหน้าขึ้นตะโกนร้อง เขาอยากจะเช็ดเลือดในมือออก แต่เช็ดยังไงก็เช็ดไม่สะอาด เหงื่อและนํ้าตาบนหน้าผสมกัน แล้วไหลหยดลงบนตัวเขาอวิ๋นตั่วใช้มือข้างหนึ่งกอดพี่ชายเอาไว้ อดที่จะตัวสั่นไม่ได้ เธออยากทำให้ตัวเองสงบลง อยากเป็นที่พึ่งพิงให้พี่ชาย แต่เธอทำไม่ได้!สี่คนที่หลือที่เห็นภาพนี้ ก็พากันตกใจจนเข่าอ่อน พูดจาติดอ่างขึ้นมาแล้ว“ฆะ ฆ่า…ฆ่าคนแล้วจริงๆ!”หลายปีหลังจากนั้น ทุกครั้งที่อวิ๋นตั่วตกใจตื่นจากความฝันนี้ เสียงที่ดังก้องข้างหู มักจะเป็นเสียงคนทวงหนี้สี่คนนั้นร้องด้วยความตกใจ “ฆ่าคนแล้วฆ่าคนแล้วจริงๆ!”เพราะป้องกันตัว พี่ชายจึงต้องเผชิญหน้ากับการถูกจำคุกเป็นเวลาห้าปีสามเดือน เหลือไว้เพียงพ่อที่ป่วยหนักกับแม่ที่ลุกลี้ลุกลน อวิ๋นตั่วต้องหยุดเรียนหนังสือ ไปรับภาระหนักเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัวพออวิ๋นเฉียวถูกตัดสินโทษ บ้านอวิ๋นก็เหมือนหายไปจากโลกนี้ สื่อต่างๆเกาะติดเรื่องที่อวิ๋นเฉียวติดคุกอยู่พักหนึ่