ผู้อำนวยการสวี่รู้ว่าสองพ่อลูกเป็นคนเจ้าอารมณ์ เขาไม่กล้าไล่ตามไปได้แต่ยืนอยู่ตรงหน้าหยูอี้ซินเท่านั้น สองมือกุมไว้แล้วก้มหน้าลง รอรับคำตำหนิ ราวกับเป็นตัวการทำให้พวกเขาสองพ่อลูกเกิดความขัดแย้งกันทว่าผลลัพธ์ดูเหมือนจะเกินความคาดหมายนัก เมื่อหยูอี้ซินไม่ได้ระเบิดอารมณ์ เพียงแค่เอ่ยถามออกมานิ่งๆ เท่านั้น “เมื่อกี้นายได้ยินหรือเปล่า?”“ได้ยินอะไรครับ?”“ลูกสาวของอวิ๋นอี้ฟานไม่ได้หมั้น หลิวอวี่ไปแล้ว” หยูอี้ซินนั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเอง “หลิวอวี่เจ๋อไปแล้ว นั่นหมายความว่าเขารู้แล้วว่าอวิ๋นอี้ฟานต้องการชีวิตของตัวเอง เขาก็เลยหนีไป”“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นเรื่องแล้ว ถ้าเขามีชีวิตอยู่ ยังไงก็ต้องกาสาเหตุจนเจอได้แน่ ถ้าเราลงมือกับอวิ๋นอี้ฟาน เขาคงไม่ยอมนั่งมองเฉยๆ นั่นเท่ากับเป็นการบีบให้เขากับเราตั้งตัวเป็นศัตรูต่อกัน!”“เพราะอย่างนั้นจะให้เขามาตั้งตัวเป็นศัตรูกับเราไม่ได้?” หยูอี้ซินคิดทบทวน “การมีศัตรูสักคนไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก”“หมายความว่ายังไงครับ?”“คนตายตั้งตัวเป็นศัตรูกับใครไม่ได้ เขาไปแบบรีบๆ คงไปได้ไม่ไกลฮ่องกง? สิงคโปร์? มาเลเซีย? ไทย? รีบติดต่อเฮยเฟิงไป ไม่ว่าต้องเสียอะไรเท่าไหร่ ยังไงก็ต้องตามหาเขาให้เจอ จำไว้ว่าต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด”“ครับ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”ทว่าขณะที่ผู้อำนวยการสวี่กำลังจะออกไปนั้น เขาก็ถูกเรียกไว้ก่อน“ปล่อยข่าวเรื่องจินหูออกไปด้วย”“ครับ”อวิ๋นต