เทียนอี้บุกเข้าไปในห้องทำงานของหยูอี้ซิน เลขาอยากจะเข้ามาห้ามแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่พยายามอธิบายกับหยูอี้ซินด้วยความลนลาน “ผอ.หยูครับ คือผม……”หยูอี้ซินโบกมือ ส่งสัญญาณให้เขาออกไปก่อนผู้อำนวยการสวี่ลุกขึ้นจากโซฟา เมื่อเห็นท่าทางตึงเครียดของเทียนอี้
ก่อนที่จะส่งยิ้มหยอก “เทียนอี้มาแล้ว ไม่เจอกันนานเลยนะ ช่วงนี้ยุ่งๆ อะไรอยู่ล่ะ?”เทียนอี้ไม่ได้สนใจเขา สายตาคมกริบราวกับเข็มแหลมคมจ้องตรงไปยังผู้เป็นพ่อ“พ่อทำอะไรกับบ้านอวิ๋น?”“เรื่องธุรกิจไม่เกี่ยวกับแก พูดไปแกก็ไม่เข้าใจหรอก”“เรื่องธุรกิจผมไม่เข้าใจ ผมก็ไม่ยุ่งหรอกครับ แต่เรื่องของอวิ๋นตั่วผมต้องยุ่ง เรื่องที่เธอต้องยกเลิกงานหมั้นวันนี้เกี่ยวกับพ่อด้วยหรือเปล่า? หลิวอวี่เจ๋อหายตัวไปไม่บอกไม่กล่าว พ่อกำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่? ผมขอเตือนไว้เลยนะถ้าพ่อกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเส้นผม ผมจะทำให้พ่อไร้ผู้สืบสกุล!”คำบอกที่ทำเอาหยูอี้ซินโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขาตบโต๊ะเสียงดัง ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน “นี่มันอะไรกัน แกพูดแบบนี้กับพ่อของตัวเองงั้นเหรอ? เมื่อก่อนก็ช่วยคนนอกทำร้ายพี่สาว ให้พวกเขาพาพี่สาวตัวเองหนีไปครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้แค่เพราะผู้หญิงคนเดียวถึงกับมาโวยวายใส่พ่อของตัวเอง ดูตัวแกเองซะบ้าง มีอะไรที่สมกับเป็นลูกหลานบ้านหยูสักนิดไหม?”“ลูกหลานบ้านหยูนั่นน่ะ ผมไม่เป็นก็ได้!” เทียนอี้จ้องผู้เป็นพ่ออย่างไม่ยอมแพ้ “ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล เรื่องเล็กน้อยก็