ชูยินเดินเข้าไปในห้องรับแขกเล็ก อวิ๋นตั่วกำลังลองถุงมือที่เอามาวันนี้เธอหันมามองแม่กับพี่ชายด้วยความตื่นเต้นดีใจ “เป็นยังไงบ้างคะ ใส่ถุงมือนี่ก็ดูไม่ออกแล้ว!”“พ่อของลูกไปไหนนะ โทรศัพท์ไปก็ไม่รับสาย?” ชูยินพึมพำ“คงคุยเรื่องธุรกิจอยู่แน่ๆ มีอะไรแปลกตรงไหนคะ?” อวิ๋นตั่วว่า“แม่บอกเขาแล้วแท้ๆ ว่าให้รีบกลับบ้าน พรุ่งนี้ก็เป็นพิธีหมั้นแล้ว มีเรื่องอะไรที่จำเป็นต้องคุยกันวันนี้ล่ะ” ชูยินไม่พอใจ เธอกังวลว่าอวิ๋นอี้ฟานจะไปหาสาวๆ อีก คืนก่อนงานหมั้นของลูกสาวยังจะไปนอนค้างกับผู้หญิงคนอื่นแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกันเหมือนว่าอวิ๋นตั่วจะมองความคิดของคนเป็นแม่ออก เธอจึงพูดปลอบขึ้น“แค่งานหมั้นเองค่ะแม่ ไม่เห็นต้องตื่นเต้นขนาดนี้เลย ดูหนูสิคะ ไม่ตื่นเต้นเลยสักนิด!”จบคำแล้วก็เรอออกมาหนึ่งทีชูยินหัวเราะ ”ยังจะบอกว่าไม่ตื่นเต้นอีกเหรอ?”อวิ๋นเฉียวมองน้องสาวที่กำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความสุข แล้วก็พลอยรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในกำลังฉีกขาด เธอยังไม่รู้ว่าพ่อของตัวเองกำลังจะพรากชีวิตแฟนหนุ่มไป เธอกำลังตั้งตารองานหมั้นวันพรุ่งนี้ หลังจากวันพรุ่งนี้เธอจะเป็นคู่หมั้นของอวี่เจ๋อ เป็นลูกสะใภ้ของตระกูลหลิว“พี่คะ พี่ลองชุดหรือยัง?” อวิ๋นตั่ววิ่งเข้ามาหา ในมือมีดอกไม้ประดับอกอยู่สองสี “พี่ชอบสีขาวหรือว่าสีชมพูคะ หนูว่าสีขาวเหมาะกับชุดของพี่มากกว่า พี่คิดว่ายังไงคะ?”อวิ๋นเฉียวยิ้มด้วยความปวดใจ “พี่ว่าสีไหนก็สวยทั้งนั้นแหล