อวิ๋นอี้ฟานไม่ได้กลับบ้าน เขานั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงานจนกระทั่งไฟทั้งออฟฟิศนั้นถูกปิดลง เขาก็ยังคิดหาทางแก้ไม่ได้ผู้ช่วยเหวินเคาะประตูเบาๆ ก่อนที่เดินเข้ามา “ประธานอวิ๋นครับ เรื่องเครื่องลายครามกับภาพวาด ผมติดต่อร้านรับซื้อแล้ว แต่พวกเขาให้ราคาตํ่าเหมือนรู้ว่าเราต้องใช้เงินก็เลยจงใจกดราคา ถ้าส่งไปประมูลน่าจะราคาดีกว่าเพียงแต่มันต้องใช้เวลา”อวิ๋นอี้ฟานดูหมดแรงอย่างเห็นได้ชัด “กดราคาก็กดราคา อะไรที่ขายได้ก็ขายไปก่อน ถ้าปล่อยไปแบบนี้กลัวว่าให้ขายไปทั้งบริษัทก็จะล้างหนี้ไม่หมดวันนี้อวิ๋นตั่วเกือบประสบอุบัติเหตุ ถ้ายืดเวลาออกไปอีกจะมีเรื่องอะไรที่คนพวกนั้นทำไม่ได้? เอาเถอะ เสียเปรียบก็เสียเปรียบ ถือว่าซื้อความสงบสุขก็แล้วกัน!”ผู้ช่วยฟังแล้วก็ตัวสั่นขึ้นมา “อวิ๋นตั่วประสบอุบัติเหตุ ท่านประธาน เราแจ้งตำรวจได้นะครับ”แต่คนฟังก็ดูจนปัญญากับเรื่องนี้ “แจ้งตำรวจแล้วเรามีหลักฐานอะไรล่ะ? เจ้าของรถไม่ได้หลบหนี แถมยังเป็นคนเรียกตำรวจ และไปส่งอวิ๋นตั่วที่โรงพยาบาลอีก เรื่องนี้ไม่มีช่องโหว่เลย ถ้าเราแจ้งความก็จะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องของจินหูก็จะปกปิดต่อไปไม่ได้อีก เรื่องยื่นต่อศาล ถ้าเรื่องยังตรวจสอบไม่จบ ช่วงนั้นจะมีธนาคารไหนยอมให้เรากู้เงิน แบบนั้นเงินทุนก็จะไม่พอ ธนาคารที่ยังไม่ครบกำหนดก็จะมาทวงหนี้ บริษัทคงจบเห่ตั้งแต่ยังตรวจไม่เสร็จแน่! เพื่อสี่สิบกว่าล้านนั่นไม่คุ้มกันเลย! คุณช่วยไปติ