พออวิ๋นอี้ฟานเดินออกจากประตูใหญ่ของอี้ซินกรุ๊ป ผู้ช่วยเหวินก็รีบเดินเข้ามาหา เปิดประตูรถให้ เขาเข้าไปนั่งในรถ ใช้กำปั้นทุบเก้าอี้ไปอย่างแรงจนผู้ช่วยกับคนขับรถถึงกับผงะ ด้วยเพราะจากที่ติดตามมาหลายปี ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้มาก่อนเลย**!**“เป็นยังไงบ้างครับ หยูอี้ซินว่ายังไงบ้าง?” ผู้ช่วยเหวินถามอย่างเป็นห่วง“จิ้งจอกเฒ่านั้น ให้ตายก็ไม่ยอมรับ”“ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ถ้าเขาไม่ยอมรับ แล้วจะตั้งเงื่อนไขกับเราได้ยังไง?”“บางทีเขาอาจไม่ได้คิดจะตั้งเงื่อนไขอะไร เขาคงแค่อยากเห็นผมตาย”“แต่มันดูไม่มีเหตุผลเลยนะครับ เขาเป็นนักธุรกิจ ไม่น่าทำเรื่องที่ไม่ได้ผลประโยชน์อะไร”“งั้นคุณคิดว่าเขากำลังวางแผนอะไร?”“สำหรับตอนนี้ สิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดที่เรามีคือที่ดินแถบชานเมืองตะวันออก”อวิ๋นอี้ฟานนึกย้อนไปถึงตอนที่คุยรายละเอียดกับหูต้าเฉิง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแปลก “ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันเป็นกับดักตั้งแต่เราซื้อที่ผืนนั้น ที่หูต้าเฉิงขึ้นราคา บางทีอาจเพราะถูกหยูอี้ซินบงการมา”“งั้นก็แย่แล้วล่ะครับ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ นั่นก็หมายความว่าเป้าหมายของเขาไม่ใช่ที่ดินชานเมืองทางตะวันออกนั่น แต่นอกจากที่ผืนนั้นแล้ว เราก็ไม่ได้มีอะไรที่มีราคาอีกนี่ครับ!”“ใช่ น่าคิดจริงๆ เขาต้องการอะไรกันแน่?” อวิ๋นอี้ฟานเอนตัวพิงเบาะหลับตาลง อยากจะพักสักหน่อย แต่ในใจกลับไม่สามารถสงบลงได้ วันนี้เป็นวันครบกำหนดพอดี แต่เขายังคงหาเงินยี่สิบก