ชูยินใส่กระโปรงลูกไม้สีแดงออกมาจากห้องลองชุด เธอมองหน้าท้องของตัวเองพลางบ่นพึมพำแล้ว “เป็นยังไงอวิ๋นตั่ว ลูกว่าแม่อ้วนไปหรือเปล่า”อวิ๋นตั่วเดินวนดูรอบๆ ตัวผู้เป็นแม่ “หนูว่าดีมากเลยค่ะ”อวี่เจ๋อก็ชูนิ้วโป้งขึ้นเช่นกัน “ดีจริงๆ ครับ”“พวกเธอรู้จักปะเหลาะแม่นะ” แม้ปากชูยินจะพูดแบบนี้ แต่ใบหน้ากลับยิ้มกว้าง “เออใช่อวี่เจ๋อ แม่ของเธอเตรียมชุดหรือยัง จะเรียกให้เธอมาไหม?”“ไม่ต้องหรอกครับ ชุดของท่านอวี่ซีเป็นคนดูแล อวี่ซีกำลังพยายามสุดความสามารถ จะทำให้ทั้งงานตกตะลึง ถ้าคุณน้าไปแย่งหน้าที่เธอ เธอต้องกังวลกับคุณน้าแน่ครับ” อวี่เจ๋อพูดชูยินหัวเราะจนตัวงอ “เกือบลืมไปแล้วเชียวว่าอวี่ซีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ บอกเธอด้วยนะว่าอย่าให้คุณแม่แต่งตัวสวยเกินไป เดี๋ยวมากลบน้าหมด”“ครับ เดี๋ยวผมกลับไปบอกให้ แต่เธอจะฟังหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ด้วยนะครับ” อวี่เจ๋อหัวเราะขึ้นเช่นกัน“คุณแม่กับพี่จะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะคะ งานหมั้นของหนู ใช่เรื่องที่บรรดาคุณแม่จะมาแข่งกันสวยที่ไหนกันคะ?” อวิ๋นตั่วแสดงความไม่พอใจ“วางใจเถอะ ไม่มีใครเด่นเกินลูกหรอกจ้ะ! ” ชูยินเข้ามาหยิกแก้มลูกสาวเบาๆ แล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดที่สองครั้งนี้เป็นชุดราตรียาว เตรียมที่จะใส่ในงานเต้นรำด้วย แต่รูปร่างของชูยินไม่ได้ผอมสูงมาก ส่วนใหญ่เธอจะอยู่บ้านจึงใส่ส้นสูงแบบนี้ไม่เก่งเท่าไรพอจู่ๆ มาใส่ก็เหมือนเดินระบำไม้ต่อขา เดินไปไหนไม่อิสระเอามากๆ“เป็นแบบนี้คุณแ